
เลิกพรก.ฉุกเฉินใช้ 150 ล้านคลอดศตส.
หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยให้มีผลในวันที่ 22 ธ.ค.นั้น ครม.ก็เห็นชอบ แผนรองรับที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ (กอ.รมน.) เสนอมาแทนที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าแผนรองรับดังกล่าวนั้นจะมีการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ขึ้นแทน ศอฉ.
ทั้งนี้ จะจัดตั้งที่ กอ.รมน.ส่วนกลาง ขณะที่ในส่วนภูมิภาคนั้น ภาค 1, 2, 3 และ 4 และจัดตั้งศูนย์จังหวัดต่างๆ ตามกรอบกฎหมายความมั่นคง มีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประสานร่วมกับ กอ.รมน. และรัฐบาลให้หน่วยงานต่างๆ 14 หน่วยงานรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน ครม.ได้มอบหมายให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ เสนาธิการทหารบก รับผิดชอบการประสานงาน ศตส. ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. พร้อมอนุมัติงบประมาณ 130150 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวว่า กอ.รมน.จะจัดตั้ง
“ศูนย์ติดตามสถานการณ์” (ศตส.) ให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการติดตามสถานการณ์ของ กอ.รมน. ที่หน่วยต่างๆ มีอยู่แล้ว แต่จะทำให้สมบูรณ์ขึ้นทั้งนี้ เมื่อถามถึงงบประมาณของ ศอฉ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า
“ทำไม ผมอยากเรียนว่างบประมาณที่คุณไปพูดว่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท คุณไปเอาตัวเลขที่ไหนมาพูด มันมีเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง เจ้าหน้าที่ทำงานเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น กี่กองร้อยก็เอาตัวเลขคูณเข้าไป ผมไม่อยากชี้แจง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแหล่งข่าวเปิดเผยว่า งบประมาณที่ ศอฉ.ใช้ไปในเวลากว่า 9 เดือนนั้น ใช้ไปประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงทหารวันละ 400 บาท และค่าน้ำมัน ยานพาหนะ
ขณะที่เมื่อมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยุบ ศอฉ.แล้วนั้น กำลังทหารที่ประจำตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็ถูกสั่งถอนกลับหน่วย โดยจากนี้ไปเมื่อมีการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และ ศตส.นั้น ทหารที่ออกทำหน้าที่จะได้เบี้ยเลี้ยงปกติ เบี้ยเลี้ยงสนาม คือวันละ 180240 บาท ตามชั้นยศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า หลังเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว หวังว่าจะไม่มีการก่อเหตุเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ แต่ก็เตรียมพร้อมรองรับสำหรับสถานการณ์ต่างๆ
ทั้งนี้ ในที่ประชุม ครม. ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติได้รายงานถึงแนวโน้มของสถานการณ์ ทางการเมืองหลังปีใหม่ว่าจะยังมีการเคลื่อนไหวเพื่อระลึกเหตุการณ์ของคนเสื้อแดง และจะมีประเด็นการเมืองเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลต่อไปอย่างไม่จำกัด
นอกจากนี้ จะมีการรื้อฟื้นสถานีวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างกลุ่มมีมากขึ้น การโจมตีต่างๆ จะมีเนื้อหาและท่าทีที่รุนแรง







