posttoday
สินค้าแพงของขาดยังวุ่น

สินค้าแพงของขาดยังวุ่น

13 ธันวาคม 2553

“พาณิชย์” ขู่ไม่อนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้ หากผู้ผลิตไม่เลิกพฤติกรรมลักลอบขายราคาเกินจริงขวดละ 34 บาท ด้าน อคส.เล็งเปิดนำเข้าปาล์มดิบแก้แพง

“พาณิชย์” ขู่ไม่อนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้ หากผู้ผลิตไม่เลิกพฤติกรรมลักลอบขายราคาเกินจริงขวดละ 34 บาท ด้าน อคส.เล็งเปิดนำเข้าปาล์มดิบแก้แพง

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมการค้าภายในอาจไม่อนุมัติให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดปรับขึ้นราคาตามที่ยื่นขอปรับราคาเพดานจากขวดละ 38 บาท เป็น 48 บาท เพราะผู้ผลิตมีพฤติกรรมเอาเปรียบคู่ค้าและผู้บริโภค โดยลักลอบขึ้นราคาขายให้ผู้ค้าส่งค้าปลีก (ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว) สูงถึงขวดละ 34 บาท หรือขายส่งจากขวดละ 33-34 บาท เป็น 36-38 บาท ส่งผลผู้ค้าส่ง ค้าปลีก ต้องขึ้นราคาตามเพื่อให้ได้กำไร โดยราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดสูงถึงขวดละ 40 บาท ผู้บริโภคเดือดร้อนมาก

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ผลิตมีพฤติกรรมผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดน้อยลง แต่หันไปบรรจุปี๊บแทน เพราะกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้กำหนดราคาเพดานน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บ จึงขึ้นราคาตามใจชอบ ดังนั้นสัปดาห์นี้จะเชิญผู้ผลิตมาหารืขณะเดียวกันกระทรวงฯยังได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มด้วยว่า ผู้ประกอบการไม่ยอมซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกร เพื่อสกัดเอาน้ำมันดิบ และกลั่นเป็นน้ำมันบรรจุขวด โดยอ้างราคาสูงขึ้นถึงก.ก.ละ 78 บาท ทำให้มีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น เพราะกระทรวงฯกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มขวดที่ 38 บาทเ ส่งผลให้ขาดทุนมาก จึงไม่ต้องการแบกรับภาระขาดทุนอีกต่อไปอ

นายชลัช ชินธรรมมิตร์ คณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำตาลขาดแคลนในคณะกรรมการ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า น้ำตาลทรายยังอยู่ในภาวะตึงตัว บางพื้นที่ราคาสูง จึงให้โรงงานตรวจสอบผู้ซื้อเข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีการใช้น้ำตาลมาก ว่ามีการซื้อที่ผิดปกติหรือไม่ เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อฤดูกาลผลิตโรงงานน้ำตาลยังเปิดหีบไม่ครบทุกแห่ง แต่คาดว่าเมื่อโรงงานน้ำตาลโรงสุดท้ายเปิดหีบในวันที่ 20 ธ.ค. สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล ว่า ในช่วง 3 สัปดาห์จากนี้ไปจะเป็นช่วงที่ต้องจับตาสถานการณ์การซื้อขายน้ำตาลทรายเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเทศกาลที่ไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณความต้องการที่แน่นอนได้ รวมทั้งโรงงานน้ำตาลทรายยังไม่ได้เปิดหีบอ้อยครบทั้งหมด จึงกังวลว่าอาจจะเกิดปัญหาน้ำตาลทรายตึงตัวในช่วงนี้ได้ จึงได้ขอความร่วมมือไปยังโรงงานน้ำตาลทั้ง 46 แห่งให้ตรวจสอบผู้ซื้อน้ำตาลยี่ปั๊วและซาปั๊วทั้งรายเก่าและรายใหม่ว่ามีการซื้อขายมากผิดปกติหรือไม่ เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน

รวมทั้งได้ออกมาตรการให้โรงงานน้ำตาลวางแผนการจัดสรรน้ำตาลทรายให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นฤดูหีบอ้อย เพื่อกำกับดูแลปริมาณน้ำตาลและแก้ปัญหาปริมาณน้ำตาลในประเทศตึงตัวตามนโยบายของนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม โดยจะให้โรงงานทำแผนการผลิตและการขายน้ำตาลอย่างชัดเจน ว่าจะผลิตได้ปริมาณเท่าไหร่ ขายให้แก่กลุ่มยี่ปั๊ว ซาปั๊ว กลุ่มอุตสาหกรรม และห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะนำมาใช้กับการจำหน่ายน้ำตาลทั้งปีและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์

“ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยมีการกำหนดปริมาณโควตาน้ำตาลที่จะจัดสรรให้ห้างโมเดิร์นเทรด แต่การทำแบบนี้ก็จะได้ทำให้ได้รู้ว่าห้างโมเดิร์นเทรดได้รับน้ำตาลไปปริมาณเท่าไหร่และมีการกระจายจริงหรือไม่ เพราะจากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลต่างก็ยืนยันว่าขายน้ำตาลให้ครบตามสัญญาแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว

ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่าโรงงานใดที่ส่งน้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ที่นำไปผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นจำนวนมากเกินไปก็จะขอให้ปรับลด หรืออาจจะออกมาตรการกำกับดูแล หรืออกระเบียบบังคับการขายถ้าจำเป็น เพราะน้ำตาลโควตา ก ต้องนำมาใช้บริโภคในประเทศ รวมทั้งได้ให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ประสานงานกับศุลกากร และตำรวจ เข้มงวดการป้องกันการลักลอบส่งออกน้ำตาลทรายไปประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ สอน.ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลนำน้ำตาลที่ผลิตได้ในฤดูกาลใหม่มาขายปลีกให้ประชาชนโดยตรงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงโรงงานน้ำตาลในราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำตาลทรายมากขึ้นและเป็นการดำเนินการแก้ปัญหาเชิงรุก ซึ่งได้สั่งให้โรงงานน้ำตาลดำเนินการได้ทันที

นายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลผลิตมะพร้าวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลดลง 70% และวัตถุดิบส่วนใหญ่โดนส่งไปผู้รับซื้อรายใหญ่ในจีนและไต้หวันทำให้โรงงานต้องแบกค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยคงต้องปลดคนงาน ส่งผลโรงงานตีใยมะพร้าวต้องแบกค่าแรงงานคนงาน ค่าน้ำค่าไฟฟ้า เนื่องจากต้องส่งวัตถุดิบทั้งหมดไปจำหน่ายในประเทศจีนและไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อใหญ่ที่สุดเพื่อนำไปทำที่นอนและเชือก การแก้ปัญหาดังกล่าวอาจต้องปลดคนงานหากรัฐบาลไม่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อลดค่าใช้จ่าย

ด้านนางพนาสวาท เรียวกลาง เจ้าของโรงงานรับซื้อไม้มะพร้าวแปรรูปรายใหญ่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีมะพร้าวตายยืนต้นจำนวนมาก เนื่องจากสาเหตุภัยแล้งซ้ำซากและแลงศัตรูพืชระบาดอย่างรุนแรง

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน