posttoday
สังคมเปิดกับความลับของชาติ

สังคมเปิดกับความลับของชาติ

09 ธันวาคม 2553

...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์

เรื่องราวของวิกิลีกส์ยังคงเป็นเรื่องฮอตในวงการสื่อและการเมืองระหว่างประเทศต่อไป เพราะเป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมที่ฝ่ายหนึ่งมองว่า การที่วิกิลีกส์เปิดโปงความลับของรัฐบาลอเมริกันเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนที่ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐบาล คนที่กระหายข่าวหรืออยากรู้อยากเห็นยุให้วิกิลีกส์เปิดเผยมากขึ้น ส่วนสื่อมวลชนนั้นได้ช่วยกันปกป้องวิกิลีกส์โดยอ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ในการนำข้อมูลข่าวสารที่แม้จะเป็นความลับแต่เป็นเรื่องที่ประชาชนสมควรได้รู้ ซึ่งสื่ออาจใช้เป็นคดีตัวอย่างในการต่อสู้ทางกฎหมายที่จะใช้คุ้มครองตัวเองในโอกาสต่อไป แต่รัฐบาลอเมริกันและมิตรประเทศคิดในทางตรงกันข้าม โดยมองว่าวิกิลีกส์เอาความลับของชาติมาเปิดเผย ซึ่งส่งผลเสียหายต่อผลประโยชน์ของชาติและความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาคนอื่น และกระทบต่อการทำงานของกระทรวงต่างประเทศและสถานทูต

ในหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมีกฎหมายสองฉบับที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน คือ กฎหมายว่าด้วยเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งของไทยเรียกว่า พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ เช่นเดียวกับของนิวซีแลนด์ โดยเน้นเรื่อง “สิทธิแห่งข้อมูลข่าวสาร” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ “สิทธิในการรับรู้” ข้อมูลข่าวสารของทางราชการมากขึ้น ประธานาธิบดีลินดอน บี.จอห์นสัน ของสหรัฐที่ลงนามในกฎหมายฉบับนี้ของสหรัฐได้กล่าวไว้ว่า เนื่องจากสหรัฐเป็น “สังคมเปิด” ดังนั้น ประชาชนควรมีสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ อย่างไรก็ดีรัฐก็มี “กฎหมายความลับของทางราชการ” ที่ปกป้องความลับของชาติมิให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ไป และมี “กฎหมายว่าด้วยความเป็นส่วนตัว” ที่ข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการปกปิด ใครจะไปละเมิดมิได้ เพราะทุกคนก็ต้องการความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ดีรัฐบาลได้ให้สิทธิเสรีภาพแก่สื่อมวลชนในการนำข้อมูลข่าวสารมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบผ่านกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพของสื่อมวลชน” แต่ก็ต้องดูกฎหมายอื่นประกอบด้วย

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่ารัฐจะเอาอย่างไรกันแน่ จะให้ประชาชนรู้ทุกเรื่องที่รัฐทำ หรือจะปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับของชาติไม่ให้ประชาชนรู้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกฎหมายทั้งสองไม่มีอะไรขัดแย้งกัน เพราะกฎหมายข้อมูลข่าวสารทางราชการแม้อนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารราชการได้ทุกเรื่อง แต่ก็มีข้อยกเว้นในส่วนที่คณะกรรมการพิจารณาว่าเป็นความลับที่จำเป็นต้องปกปิดไว้ก่อนเพื่อความมั่นคงของชาติ

ทุกประเทศย่อมมี “ความลับของชาติ” ที่ต้องปกปิดไว้ไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รู้ เพราะหากความลับรั่วไหลไปอาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ โดยทั่วไปทางการสหรัฐและประเทศต่างๆ มักจะกำหนดชั้นความลับของเอกสารลับไว้ 3 ระดับ คือ ลับ ลับมาก ลับที่สุด ขณะเดียวกันความลับนั้นจะถูกทบทวนเป็นระยะ สามารถปรับระดับโดยลดขั้น หรือเพิ่มขั้น หรือมีการยกเลิกชั้นความลับ หรือทำลายทิ้ง เอกสารลับใดที่ยกเลิกชั้นความลับก็สามารถเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ได้

โดยทั่วไปกฎหมายข้อมูลข่าวสารทางราชการมักกำหนดไว้ว่า เมื่อเวลาผ่านไปตามที่กำหนด เช่น 20 ปี เป็นต้น เอกสารของราชการ แม้แต่เอกสารลับจะต้องยกเลิกความลับและส่งไปเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษา เพราะถึงเวลานั้นความลับดังกล่าวอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางราชการ

ดังนั้น สังคมเปิดกับความลับทางราชการจึงไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกันแต่สามารถไปด้วยกันได้ โดยสังคมมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางราชการ ยกเว้นในสิ่งที่เป็นความลับของทางราชการที่รัฐบาลจำเป็นต้องปกปิดไว้เพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติและของประชาชน สื่อและประชาชนก็ควรเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ไม่ใช่สื่ออยากขโมยความลับเอาไปเผยแพร่เพื่อ “ความสะใจ” หรือให้เห็นว่าตัวเองเก่งที่ได้ข่าว “เอกซ์คลูซีฟ” ไปบลัฟสื่ออื่น ส่วนคนดูอยากรู้เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ทั้งที่รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ประเทศชาติเป็นผู้จ่าย “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้น

มีบางคนบอกว่า อะไรที่เป็นความลับย่อมไปกระตุ้นต่อมแห่งความอยากรู้อยากเห็นของคน แต่ถ้าไม่เป็นความลับคนก็รู้สึกเฉยๆ และคงไม่อยากรู้อยากเห็น อย่างไรก็ดีในกรณีความลับของชาติคงทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะหากฝ่ายตรงข้ามรู้ประเทศชาติและประชาชนจะเสียหายอย่างร้ายแรง

สิ่งที่วิกิลีกส์เอามาเปิดเผยนั้น เป็นบทเรียนให้เห็นว่าการติดต่อรับส่งข่าวทางอินเทอร์เน็ตระหว่างกระทรวงต่างประเทศกับสถานทูต หรือระหว่างองค์กรส่วนกลางกับหน่วยงานที่ประจำในต่างประเทศ แม้จะเข้ารหัสก็อาจหลุดรอดไปยังบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับพวกแฮกเกอร์ส แต่น่าจะเป็นฝีมือของ “หนอนบ่อนไส้” ในหน่วยงานต่างๆ ที่แอบ “เปิดประตู” ให้วิกิลีกส์เข้าไปดึงความลับออกมาโดยไม่มีความรับผิดชอบ

สหรัฐซึ่งเป็น “ผู้เสียหายโดยตรง” กำลังหากฎหมายที่จะเอาผิดกับนายจูเลียน เอสแซงก์ เจ้าของวิกิลีกส์ให้ได้ หากสหรัฐไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายต่อนายเอสแซงก์ได้ จะมีสื่อและคนอื่นอีกมากทำตามอย่างนายเอสแซงก์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน