posttoday
ศาลยกคำร้องธาริตยื่นถอนประกันจตุพร

ศาลยกคำร้องธาริตยื่นถอนประกันจตุพร

07 ธันวาคม 2553

ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง "ธาริต" ยื่นถอนประกันตัว "จตุพร" เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านธาริตเตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นใหม่อีกรอบ

ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง "ธาริต" ยื่นถอนประกันตัว "จตุพร" เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านธาริตเตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นใหม่อีกรอบ

เมื่อเวลา 15.45 น. ศาลอาญา ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นจำเลยร่วมกับ 19 แกนนำ นปช. ในคดีก่อการร้าย เนื่องจากพิเคราะห์แล้ว เห้นว่า  ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้อง

ด้าน นายธาริต กล่าวว่าเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวนายจตุพร อีกครั้ง

ขณะที่ นายจตุพร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณศาลที่ตัดสินไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกร้อง ศาลท่านเห็นอย่างนี้ก็จึงตัดสินออกมา ต่อไปก็ไม่รู้ว่าดีเอสไอจะทำอะไรต่ออีก แต่ใครเจออย่างนี้ก็ไม่รู้สึกหรอก ก็หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดมากขึ้น ถ้าความยุติธรรมมีมากขึ้นประเทศก็จะดีขึ้น

เมื่อถามว่าผลตัดสินอย่างนี้ลบคำว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ที่มันปรากฎขึ้น แต่ว่าต่อจากนี้ไปก็ต้องติดตามดูอีก เพราะยังมีอีกหลายเรื่องต้องมีการตัดสิน ซึ่งทุกกรณีควรจะมีความยุติธรรมเกิดขึ้น

เปิดคำร้อง"ธาริต" ค้านประกัน "ตู่"

คำร้องของนายธาริตที่ยื่นต่อศาล ระบุว่า นับตั้งแต่จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปจากศาล จำเลยที่ 1 มีพฤติกรรม คือ ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนหลายแขนง ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ให้ความเป็นธรรมและปฏิบัติหน้าที่ต่อจำเลยที่ 1 และกลุ่มคนเสื้อแดงแบบสองมาตรฐาน บิดเบือนข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เช่น ทำการสอบสวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพผู้ตายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดง, เร่งรัดสอบสวนสรุปสำนวนในเวลารวดเร็วเกินควร หรือกลั่นแกล้งจำเลยและพวกพ้องของจำเลย

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเน้นย้ำต่อสื่อมวลชนอยู่เสมอว่า รัฐบาล หรือ ทหาร ตำรวจ เข่นฆ่าประชาชน จากเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่มีพยานหลักฐานหรือผลสรุปเป็นที่ยุติ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนทั้งที่จำเลยที่ 1 ได้ทราบหรือรู้ดีว่า ทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์แล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.108/1(5)

จำเลยที่ 1 เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปลุกระดมประชาชน และกลุ่มคนเสื้อแดง ให้ออกมาแสดงพลัง โดยการชุมนุม ข่มขู่ กดดันที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ปล่อยตัวพวกจำเลยที่ถูกควบคุมตัว หรือขังอยู่ตามหมายขังของศาลโดยเร็ว ทั้งๆ ที่จำเลยที่ 1 ทราบอยู่หรือรู้ดีว่า การอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่นั้น เป็นอำนาจและดุลพินิจของศาลที่พิจารณาคดีเท่านั้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา จำเลยที่ 1 ได้โทรศัพท์ข่มขู่ นายเมธี อมรวุฒิกุล ซึ่งเป็นพยานบุคคลสำคัญในคดีที่จำเลยที่ 1 กับพวกถูกฟ้อง ผ่านทาง นางสาวสุดารัตน์ ศิลปะวิศวกุล ผู้ใกล้ชิดกับ นายเมธี ทำนองว่า นายเมธี เป็นคนหักหลังทรยศกลุ่มคนเสื้อแดง นำข้อมูลการต่อสู้ของคนเสื้อแดงไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และยัดเยียดข้อหาก่อการร้ายให้กับคนเสื้อแดง และข่มขู่อีกว่า ไอ้เมธี ไม่ควรจะมีแผ่นดินอยู่ ฯลฯ ทำให้นายเมธีเกิดความเกรงกลัวว่า จะได้รับอันตรายต่อชีวิต หรือทรัพย์สิน เป็นการกระทำข่มขู่คุกคามพยานบุคคลสำคัญในคดี อันเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.108/1(2)

ในเรื่องดังกล่าวนี้ ผู้ร้องได้แจ้งประสานไปยังพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษให้ทราบแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องและพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เห็นว่า เป็นการปลุกระดมประชาชน หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ให้ออกมาร่วมกันชุมนุมเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน ข่มขู่ คุกคามพยานหลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมายและเป็นการสร้างความปั่นป่วน วุ่นวาย หรือความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นได้ ตรงกันข้ามกับ นายการุณ โหสกุล จำเลยที่ 2 และนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยเช่นเดียวกัน

ตามพฤติกรรมของจำเลยที่ 1 ถือว่าได้กระทำโดยมีเจตนา เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 กับพวกที่ถูกดำเนินคดี โดยจงใจฝ่าฝืนข้อห้ามด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังกล่าว ซึ่งการสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวสามารถกระทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.108/1 สมควรที่ศาลจะได้หยิบยกกรณีนี้ขึ้นพิจารณา วินิจฉัย หรือมีคำสั่ง เพื่อเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลโดยเร็วต่อไป เพื่อมิให้เกิดความแตกต่างกันในการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างจำเลยที่ 1 กับ นายวีระ มุสิกพงศ์ (ซึ่งศาลได้กำหนดเงื่อนไขให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด) หรือจำเลยอื่นๆ ในคดีความผิดเดียวกันนี้

ทั้งนี้ เพราะการกระทำของจำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสนในหมู่ประชาชนที่ไม่ทราบความจริงหรือรู้เท่าทันจำเลยที่ 1 ว่าการกระทำของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม หรือจำเลยที่ 1 ฝ่ายใดผิดหรือฝ่ายใดถูก รวมทั้งได้สร้างความเสียหายต่อพยานหลักฐานแล้วและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน