
โลกมองไทย
ผ่านไปแล้วเกือบหนึ่งสัปดาห์สำหรับวันเอดส์โลก หลายประเทศได้แถลงจุดยืนรับมือกับปัญหาโรคเอดส์แตกต่างกันออกไป รวมทั้งไทย
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ผลลัพธ์จากหลายประเทศได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีที่จะกำจัดโรคเอดส์ให้หมดไปจากโลกใบนี้
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก และสำนักงานโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) ระบุว่า แม้ตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ทั่วโลกลดลง 20% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ตัวเลขของเด็กที่ต้องอยู่กับเชื้อเอดส์นั้นกลับเพิ่มขึ้นถึง 46% ในระหว่างปี 2544 ถึงปี 2552
โดย 11 ประเทศที่มีจำนวนเด็กติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชียทั้งสิ้น ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน เกาหลีเหนือ อินเดีย อินโดนีเชีย มัลดีฟส์ พม่า เนปาล ศรีลังกา ติมอร์เลสเต และไทย
วิสมิตา กุบตา สมิทธ เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย กล่าวว่า ในปี 2544 มีการประมาณการว่ามีจำนวนเด็กติดเชื้ออยู่ประมาณ 8.9 หมื่นคน แต่มาในปี 2552 มีเด็กติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 แสนคน
รายงานข่าวจากซีเอ็นเอ็นไม่ได้ระบุว่าสาเหตุของการเพิ่มขึ้นนั้นมาได้อย่างไร แต่ก็กล่าวโดยอ้างอิงคำพูดของยูเอ็นเอดส์ ว่า ประเทศเอเชียเหล่านี้ยังไม่มีมาตรการที่รัดกุมเพียงพอในการที่จะจัดการกับปัญหาโรคเอดส์อย่างจริงจัง
แม้จำนวนคนที่ตายจากภาวะโรคเอดส์จะลดลง เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่รัฐบาลในแถบเอเชียได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เพื่อเข้าถึงยารักษาโรคเอดส์ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
ยูเอ็นเอดส์ สรุปปิดท้ายว่าปัญหาของประเทศในเอเชียที่ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดนั้น อยู่ที่การให้ความรู้อย่างถูกต้องจริงจังของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ต่อคนรุ่นใหม่ในประเทศ







