
รุมต้านอุตสาหกรรมสุขภาพ
สภาที่ปรึกษาฯ เร่งหาข้อสรุปตั้งศูนย์กลางด้านสุขภาพ ขณะที่ 22 องค์กรเอ็นจีโอ–ผู้อำนวยการ สวรส. สับแหลก
สภาที่ปรึกษาฯ เร่งหาข้อสรุปตั้งศูนย์กลางด้านสุขภาพ ขณะที่ 22 องค์กรเอ็นจีโอ–ผู้อำนวยการ สวรส. สับแหลก
นายอนันต์ เมืองมูลไชย สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 15–17 ธ.ค. เสร็จสิ้นลง จะนำข้อถกเถียงในที่ประชุมประกอบกับงานวิจัยของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เข้าสู่ที่ประชุมสภาที่ปรึกษาฯ เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นการปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมสุขภาพว่ามีผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่
นายอนันต์ กล่าวว่า บางครั้งบีโอไอมองแต่การลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่กลับไม่มองผลกระทบด้านอื่น สภาที่ปรึกษาฯ จึงต้องรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ก่อนจะทำงานเชิงวิจัยและให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล
น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการสนับสนุนการศึกษาและติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและนโยบายสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า เครือข่ายภาคีสุขภาพจำนวน 22 องค์กร ได้ยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและบีโอไอ เพื่อขอให้ทบทวนมติที่บีโอไอเสนอ
เนื่องจากการขยายขอบข่ายการลงทุนในกิจการโรงพยาบาล จะกระทบต่อการเข้าถึงบริการของประชาชน เพราะเมื่อเป็นธุรกิจก็จะทำให้เกิดปัญหาค่าบริการแพงขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกระจุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน
“หลังจากนี้จะขอติดตามดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี หากไม่มีการดำเนินการใดๆ จะไปทวงคำตอบในการประชุมสมัชชาสุขภาพช่วงสิ้นปี” น.ส.กรรณิการ์ กล่าว
นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของบีโอไอ เพราะจะทำให้ปัญหาในระบบสาธารณสุขทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการดูดแพทย์ชำนาญการออกจากระบบ
สำหรับมติของบีโอไอเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้กำหนดนโยบายเพื่อผลักดันโรงพยาบาลไทยให้กลายเป็นศูนย์อุตสาห กรรมด้านสุขภาพ (Hub Health Care) ด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้ 100% ของมูลค่าเงินลงทุน และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร







