
ปีหน้าบริโภคกับลงทุนช่วยดันศก.
หอการค้าฯคาดขยายตัว4.2%ระบุการเมืองปัจจัยเสี่ยงต้องลุ้นผลเลือกตั้ง
หอการค้าฯคาดขยายตัว4.2%ระบุการเมืองปัจจัยเสี่ยงต้องลุ้นผลเลือกตั้ง
หอการค้าประเมินจีดีพีปีหน้าขยายตัว 4.2% ส่งออกโต 10.5% บริโภคในประเทศกับลงทุนเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเมืองปัจจัยเสี่ยง เศรษฐกิจโลก และภัยธรรมชาติ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ประมาณการเศรษฐกิจปี 2554 คาดการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยจะขยายตัวได้ 4.2% โดยครึ่งปีแรกจีดีพีน่าจะขยายตัว 34% ส่วนครึ่งปีหลังขยายตัว 45% เป็นผลจากการส่งออกไปตลาดอาเซียนขยายตัว การท่องเที่ยวฟื้นตัว การเมืองมีเสถียรภาพ โดยเชื่อว่าการบริโภคภายในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ส่วนการลงทุนจะเป็นพระเอกในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะภาคอุตสาหกรรมจะใช้กำลังการผลิตสูงถึง 70% ซึ่งทำให้เกิดการลงทุนใหม่ตามมา
ขณะที่การส่งออกปี 2554 คาดขยายตัว 10.5% อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่า 2729 บาทต่อเหรียญสหรัฐ การท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางประมาณ 15.8 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อน 2% มีรายได้จากท่องเที่ยว 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยคาดอยู่ที่ระดับ 34% เงินเฟ้อขยายตัว 3.54%
“ระดับเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้นี้ ประเมินในกรณีที่รัฐบาลตัดมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนออกหมดแล้ว ทั้งเรื่องการตรึงราคาสินค้า และค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลควรจะลดมาตรการออกให้หมดโดยเร็วที่สุด โดยปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะตอนนี้ประชาชนเริ่มมีรายได้มากขึ้น และหากยังคงตรึงราคาไว้ในขณะที่ราคาน้ำมันขาขึ้น รัฐบาลจะต้องเข้าไปชดเชยมากและประชาชนไม่เกิดการปรับตัว” นายธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้ หอการค้าได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยออกเป็น 4 กรณี ได้แก่ กรณี 1.เศรษฐกิจโลกเติบโตดี การเมืองไม่สะดุดจีดีพีจะขยายตัวได้ 4.55% ส่งออกขยายตัว 1315% ซึ่งกรณีนี้มีความเป็นไปได้ที่ระดับ 2530% กรณี 2.เศรษฐกิจโลกค่อยๆ ฟื้นตัว แม้จะมีปัญหาจากสหรัฐ และยุโรป แต่ก็ดีขึ้นเป็นลำดับคนมีความมั่นใจในการเมือง แม้จะมีการยุบสภา แต่การบริโภคและการลงทุนไม่ได้ชะลอตัว ซึ่งจีดีพีจะขยายตัวได้ 44.5% ส่งออกโต 10% โดยกรณีนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ 50%
กรณี 3 การเมืองมีปัญหาสูง ประชาชนขาดความเชื่อมั่น การท่องเที่ยว การบริโภคชะลอตัว มีการเลือกตั้ง แต่การเมืองขาดเสถียรภาพ ซึ่งจีดีพีจะขยายตัว 3.54% การส่งออกขยายตัว 8% มีความเป็นไปได้ 2025% และกรณีที่ 4 การเมืองวุ่นวายมาก นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมา การบริโภคชะงัก จะส่งผลให้จีดีพีโต 33.5% มีโอกาสเกิดขึ้นได้ 510%
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังอยู่ ได้แก่ ปัญหาทางการเมืองให้ความสำคัญอยู่ที่ 60% เนื่องจากในปีหน้ามีโอกาสเกิดการเลือกตั้งใหม่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ดีและไม่ดีได้ ปัญหาเศรษฐกิจโลกให้ความสำคัญ 30% เพราะเศรษฐกิจยุโรปยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะลุกลามไปได้มากน้อยแค่ไหน และปัญหาภัยธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศให้ความสำคัญที่ 10%
นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ราคาน้ำมันที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เเต่ถ้าหากมีปัญหาภัยธรรมชาติ ราคาน้ำมันอาจพุ่งไปเเตะที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลได้ ผู้ประกอบการจึงต้องดูเเลต้นทุนให้ดี ตลอดจนปัญหาอัตราเเลกเปลี่ยนที่จะยังมีความผันผวนอยู่ ผู้ประกอบเตรียมรับมือค่าเงิน 2729 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และดอกเบี้ยมีเเนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง







