
มิตรภาพรากหญ้า สลายชาตินิยมไทย-กัมพูชา
...ทีมข่าวภูมิภาค
อุณหภูมิความขัดแย้งไทยกัมพูชา กรณีพรมแดนปราสาทพระวิหาร คลี่คลายลงอย่างมาก ล่าสุด จ.ศรีสะเกษ ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเที่ยวชมผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ ได้แล้ว หลังจากการปะทะของทหารทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นหลายครั้ง จนต้องปิดอุทยานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลาย จึงเป็นโอกาสของการพัฒนาความสัมพันธ์ ไม่เพียงการเจรจาข้อตกลงเรื่องเขตแดนซึ่งเป็นบทบาทระหว่าง รัฐต่อรัฐ การพัฒนาความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน และอาจสำคัญมากที่สุด หากมองไกลถึงอนาคต
“
ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลมีวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน จำเป็นที่ประชาชนจะต้องมีความเข้าใจกัน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ในภาพรวมดีไปด้วย”ปกศักดิ์ นิลอุบล อดีตเอกอัครราชทูตพม่า สวีเดน และอดีตเลขานุการ รมว.ต่างประเทศ เตช บุนนาค ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย กัมพูชา ซึ่งยกระดับมาจากสมาคมวัฒนธรรมไทยกัมพูชา เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กล่าวถึงบทบาทของสมาคมมิตรภาพไทยกัมพูชา ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ
ทูตปกศักดิ์ อธิบายขยายความถึงจุดประสงค์ของสมาคมมิตรภาพฯ อีกว่า เดิมสมาคมวัฒนธรรมดูแลความสัมพันธ์เฉพาะด้านวัฒนธรรม การศึกษา ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนด้านกีฬา แม้จะเป็นด้านที่จำเป็นต่อการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชน แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดในการส่งเสริมความสัมพันธ์ และกิจกรรมในสาขาอื่นให้กว้างขึ้น จำเป็นต้องยกระดับเป็นสมาคมมิตรภาพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในอีกแง่มุมหนึ่ง
“
ที่ผ่านมาได้มีการถวายกฐินพระราชทานที่วัดสวายปอแป กรุงพนมเปญ ซึ่งวัดแห่งนี้สมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาได้ถวายกฐินไปเมื่อปีก่อน ปีนี้ทางกัมพูชาจึงได้เสนอให้ฝ่ายไทยถวายกฐินพระราชทานแก่วัดนี้ ส่วนกิจกรรมที่กำลังจะดำเนินการคือ 60 ปีความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ซึ่งสมาคมมีโครงการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลของกัมพูชาที่อยู่ใกล้ชายแดน 1 แห่ง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดว่าจะเป็นที่ไหน และต้องการอะไรบ้าง”ขณะที่กิจกรรมด้านวัฒนธรรมก็จะดำเนินการต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะด้านการศึกษา ก็จะช่วยเหลือพัฒนาวิทยาลัยกัมปงเฌอเตียล จังหวัดกำปงธม ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีดำริก่อตั้งให้การศึกษาในด้านอาชีพ ด้านเกษตรกรรมและการสาธารณสุข โดยสมาคมจะจัดทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียน รวมทั้งนำนักเรียนที่มีผลการเรียนดี เข้ามาศึกษาต่อในประเทศไทย
“
นอกจากนี้โรงงานประกอบรถจักรยานยนต์ของไทยในกัมพูชายังให้โควตารับนักเรียนจากวิทยาลัยแห่งนี้เข้าทำงานอีกด้วย”กิจกรรมใหม่ที่สมาคมมิตรภาพจะดำเนินการก็คือสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์นักธุรกิจของทั้งสองประเทศ อาจจะมีการจัดสัมมนาร่วมกัน ซึ่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ คงไม่เฉพาะการค้าบริเวณชายแดน แต่จะรวมไปถึงการเข้าไปลงทุนในประเทศ
“
การลดอคติจากความรู้สึกชาตินิยม การสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน เป็นเรื่องที่ต้องทำในระยะยาว ให้ต่างฝ่ายต่างมองเห็นประโยชน์จากความสัมพันธ์ ซึ่งต้องทำให้ความเข้าใจผิดต่อกันลดน้อยลง เพื่อให้ความรู้สึกชาตินิยมนั้นเบาบางลง เชื่อว่าอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า คนรุ่นใหม่ของทั้งไทยและกัมพูชาคงมีความเข้าใจและร่วมมือกันมากขึ้น”






