
ต้องไม่โกง
....พิชัย นริพทะพันธุ์
เมื่อสัปดาห์ก่อนขณะที่รัฐบาลร่วมกับ ป.ป.ช. จัดสัมมนานานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต เอแบคโพลล์ได้ร่วมกับนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ สถาบันคอร์เนลล์เพื่อภารกิจของรัฐ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ จัดทำผลสำรวจเรื่อง ต้นตอทุจริตคอร์รัปชันและทัศนคติของประชาชนต่อรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน เปรียบเทียบก่อนยึดอำนาจปี 2549 กับปัจจุบัน ผลสำรวจปรากฏว่าการทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันแย่ลงกว่าช่วงก่อนปฏิวัติ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชน จาก 73.9% ในเดือน ก.พ. 2548 มาอยู่ที่ 77.6% ในเดือน ต.ค. 2553 ที่เชื่อว่ามีนักการเมืองระดับชาติและบรรดาที่ปรึกษา อยู่เบื้องหลังแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องจากการประมูล/สัมปทานโครงการขนาดใหญ่ และการแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากการทำธุรกิจของพวกพ้อง
ที่สำคัญคือ ประชาชนส่วนใหญ่ 90.1% เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐยังคงทุจริตคอร์รัปชันอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเพิ่มสูงขึ้นจาก 84.9% ที่เคยสำรวจในเดือน ก.พ. 2548 ยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนของประชาชนที่ไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว จาก 12.1% ในปี 2548 มาอยู่ที่ 32.1% ในปัจจุบัน
แต่ที่น่ากังวลคือ สัดส่วนของประชาชนที่มีทัศนคติยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน แต่ขอให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี (โกงไม่เป็นไร ขอให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ด้วย) เพิ่มขึ้นจาก 63.2% ในเดือน ต.ค. 2551 มาอยู่ที่ 76.1% ในปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเหมือนแสดงให้เห็นว่า ยินดีที่จะหาใครก็ได้ถึงแม้จะโกง แต่ขอให้บริหารประเทศได้ดี และทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตรายมาก
ก่อนหน้านี้มีพบว่าเยาวชนเห็นเรื่องการทุจริตเป็นเรื่องปกติมาแล้ว ผู้เขียนอยากเตือนสติประชาชนว่า ไม่ว่าการบริหารจัดการประเทศในปัจจุบันจะแย่อย่างไร ประชาชนก็จะต้องไม่รับการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะการทุจริตคอร์รัปชันเป็นรากเหง้าของการถ่วงความเจริญของประเทศเป็นเวลานานแล้ว กระทั่ง ป.ป.ช. ยังออกมาบอกเองว่า การคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจากภาครัฐ มีถึงกว่าแสนล้านบาทในแต่ละปี
ลองคิดดูว่าถ้าสามารถป้องกันการทุจริตได้ เงินมหาศาลจะถูกนำมาใช้พัฒนาประเทศ จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปขนาดไหน ตัวเลขดังกล่าวนอกจากจะเป็นสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลให้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้ดีขึ้น อีกทั้งต้องลดการทุจริตคอร์รัปชันให้ลดน้อยลงไป การที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความห่วงใยในผลสำรวจนี้ โดยท่านเองน่าจะรู้ดีแก่ใจว่าโครงการใดที่มีการทุจริตคอร์รัปชันบ้าง เพราะขนาดประชาชนทั่วไปยังรู้ ซึ่งท่านจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด และไม่อาจจะปัดความรับผิดชอบได้ แม้ว่าภาพของท่านนายกฯ จะไม่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่ท่านกลับปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างกว้างขวาง
ในขณะเดียวกันก็อยากเตือนไปยังฝ่ายค้านว่า อย่าได้ตีความว่าผลสำรวจดังกล่าวเป็นการสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน เพราะพรรคฝ่ายค้านเองก็จะต้องไม่ยอมรับการทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ ประเทศไทยจะต้องสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อจะได้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เพราะในปัจจุบันประเทศอื่นๆ ต่างก็มีการจัดการควบคุมและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง แม้กระทั่งประเทศอินโดนีเซียที่เคยได้ชื่อว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลาย ก็ได้มีพัฒนาในเรื่องนี้ดีขึ้นมาก
นอกจากการปราบการทุจริตแล้ว ถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าประเทศอื่นๆ ได้มีการพัฒนาคัดเลือกผู้นำที่มีความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศ การที่จะเลือกเฉพาะคนที่มีภาพซื่อสัตย์แต่ปล่อยให้พรรคพวกทุจริต ซ้ำร้ายยังไม่มีการบริหารจัดการประเทศที่ดี น่าจะหมดสมัยไปแล้ว ผู้นำรุ่นใหม่นอกจากจะต้องไม่ทุจริตแล้วยังจะต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศ จะต้องทำให้ทุกคนในประเทศเห็นได้ว่าประเทศจะก้าวไปทางไหน และจะเป็นอย่างไรใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้า โดยจะต้องมีวิสัยทัศน์ในการปรับปรุงในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่แค่จะประคองตัวไปวันๆ โดยขอให้อยู่ไปจนครบเทอม โดยที่ประชาชนนึกไม่ออกเลยว่า ตลอดที่บริหารประเทศมาได้ทำความเจริญและพัฒนาให้กับประเทศอย่างไร นอกจากทำสถิติใหม่ที่มีการทุจริตเพิ่มขึ้น
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องจัดการกับการทุจริตอย่างจริงจัง และต้องมีการบริหารจัดการที่ดีที่ประชาชนรับรู้และรู้สึกได้ ไม่ใช่เพียงแต่พูดให้ฟังดูดีเท่านั้น นี่ขนาดน้ำเพิ่งจะลดแต่กลับมีข่าวทุจริตการช่วยเหลือมาท่วมแทน







