รถตู้ไหลลงแม่น้ำใต้สะพานมอญ เด็ก6ขวบรอด! ช่วยออกมาได้ทัน
กาญจนบุรี- เจ้าของจอดรถตู้ทิ้งหลานชายวัย6ขวบไว้ลำพัง จู่ๆไหลลงแม่น้ำใต้สะพานมอญโชคดีที่พลเมืองช่วยเหลือออกมาได้หวุดหวิด
เมื่อวันที่ 11ก.พ.63 เวลา 08.30น. ร.ต.อ.ประเสริฐ ใจเมือง รอง.สว.(สอบสวน)สภ.สังขละบุรี ไปตรวจสอบเหตุรถตู้นักท่องเที่ยวตกลงไปในน้ำบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ฝั่งหมู่บ้านวังกะ หมู่ที่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือท่องเที่ยวของชมรมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านวังกะ พบรถยนต์ตู้โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮร 7512 กรุงเทพมหานคร จมอยู่ในน้ำ ห่างจากตลิ่งประมาณ 5 เมตร น้ำท่วมมิดหลังคารถ โดยมี นายกริช โพธิพิพิธ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120/2 หมู่ที่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าของรถ ซึ่งอยู่ในชุดที่ยังเปียกน้ำยืนอยู่ในที่เกิดเหตุในอาการที่ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมามุงดูเป็นจำนวนมาก
นายกริช เจ้าของรถ เล่าว่า เมื่อช่วงเวลา 08.20 น.ได้ขับรถตู้คันเกิดเหตุมาบริเวณลานจอดรถ เพื่อจะไปส่งหลานชายวัย 6 ขวบ ไปเรียนหนังสือ และไปรับลูกค้าที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ได้ดับเครื่องยนต์และคาเกียร์รถยนต์ไว้ และให้หลานนั่งรอในรถ เพื่อไปช่วยภรรยาเปิดร้านขายของที่ระลึก ซึ่งห่างจากรถตู้ที่จอด20 เมตร ขณะที่ตนเองกำลังช่วยภรรยาเปิดร้านอยู่นั้น ได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนว่ารถตกน้ำๆจึงหันหลังกลับไปดู ก่อนพบว่ารถตู้ที่ตนเองจอดไว้ได้ไหลลงไปในน้ำ จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีหลานชายอยู่ในรถตู้คันเกิดเหตุ จึงได้ว่ายน้ำไปช่วยเปิดกระจก และรีบนำหลานออกจากรถตู้มาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่รถยนต์จะค่อยๆ จมลงไปในน้ำในที่สุด คาดว่าขณะที่หลานนั่งรอในรถอาจจะเอามือไปขยับคันเกียร์ไปในตำแหน่งเกียร์ว่าง จนเป็นเหตุให้รถไหลลงน้ำไป ประกอบกับพื้นที่ลานจอดรถมีความลาดเอียง ลงไปทางริมน้ำ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
ด้าน นายสมชาย อุดมธีระโรจน์ พลเมืองดีที่ว่ายน้ำเข้าไปช่วย นายกริช นำหลานชายออกจากรถตู้คันเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่รถจะจมดิ่งลง เปิดเผยว่า ขณะที่มารอลูกค้าที่จะนั่งเรือได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้รีบว่ายน้ำเข้าไปช่วยเหลือวินาทีนั้นไม่ได้กลัวอะไร ประกอบกับเป็นคนในพื้นที่รู้ดีว่าบริเวณที่รถกำลังจะจมน้ำไม่ลึกมากนัก ดีใจที่ได้ช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นคนในชุมชนเดียวกัน มีอะไรที่ช่วยกันได้ก็ต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ต่อมาชาวบ้านวังกะที่มีรถยนต์กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีวินซ์ ได้นำรถยนต์จำนวน 3 คันมาช่วยกันลากรถตู้ขึ้นจากน้ำ โดยมีชาวบ้านที่ชำนาญในการดำน้ำ ได้อาสาดำน้ำลงไปนำสลิงไปเกี่ยวกับตัวรถ ก่อนช่วยกันลากรถขึ้นมาจากน้ำมาจอดไว้ริมฝั่งได้ในที่สุด ซึ่งการนำรถขึ้นจากน้ำในครั้งนี้มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยว มาคอยให้กำลังใจและทำการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก บางส่วนก็บันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ ส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ทำให้เกิดกระแสชื่นชมในความรักความสามัคคี กลมเกลียวของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรนำไปใช้


