
คอนโดหนาวกำลังซื้อใหม่ลดวูบ20%
คุมสินเชื่อพ่นพิษปีหน้าลำบากแนะธปท.ยกเว้นบ้านหลังแรก
คุมสินเชื่อพ่นพิษปีหน้าลำบากแนะธปท.ยกเว้นบ้านหลังแรก
เอกชนฟันธงปี 2554 ตลาดคอนโดลดร้อนแรง หลังคุมสินเชื่อมีผลกำลังซื้อใหม่หล่นวูบ 20% แนะผ่อนปรนซื้อบ้านหลังแรก
นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมปี 2554 มีแนวโน้มชะลอตัวจากปีนี้มาก จากมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลให้ผู้ประกอบการรายเดิมทำตลาดได้ยากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ก็เข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้นเช่นกัน จึงเชื่อว่าตลาดจะลดความร้อนแรงลงปีนี้
ด้านนายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ในระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ลงมาได้รับผลกระทบ เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นคนเริ่มต้นครอบครัวหรือจบใหม่ยังไม่มีเงินเก็บ
ดังนั้น ถ้าต้องเพิ่มเงินดาวน์ในแต่ละเดือนจะรับภาระไม่ไหว ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อส่วนนี้หายไป 20% ของตลาด ส่วนกลุ่มที่ซื้อเก็งกำไรก็จะหายไปจากตลาด 20% เช่นกัน ดังนั้น ธปท.ควรจะทบทวนมาตร การ โดยยกเว้นให้กับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก และคุมสินเชื่อกับการซื้อบ้านหลังที่สองขึ้นไปแทน
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยปี 2553 พบว่า มีคอนโดมิเนียมที่เปิดขายจนถึงปัจจุบันกว่า 6 หมื่นหน่วย และเมื่อรวมกับจำนวนหน่วยที่เปิดขายมาก่อนหน้าปีนี้ คาดว่าจะมีจำนวนหน่วยเหลือขายอยู่ทั้งตลาด 7 หมื่นหน่วย จากจำนวนหน่วยดังกล่าว พบว่า 78% อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนอีก 22% อยู่ในพื้นที่ปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ โดยเขตห้วยขวาง เขตจตุจักร เขตคลองสาน เขตบางพลัด และเขตวัฒนา มีการเปิดโครงการใหม่มากที่สุด
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ ธปท.ต้องการออกมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารออกมา เนื่องจากที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อให้กับบ้านต่ำกว่า 13 ล้านบาท สัดส่วนสูงถึง 93% และสัดส่วนมากกว่า 30% ปล่อยกู้สูงกว่า 90% ซึ่งสัดส่วนเอ็นพีแอลมีแนวโน้มสูงขึ้น
ด้าน น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ให้ความเห็นว่า ตลาดไตรมาสแรกปีหน้าคงชะลอตัวลงอย่างชัดเจน สวนทางกับจำนวนยูนิตใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก เนื่องจากหลายค่ายเตรียมแผนเปิดตัวโครงการใหม่ไว้ล่วงหน้าจึงเปลี่ยนแปลงได้ยาก จึงอาจเห็นจำนวนห้องชุดใหม่และสะสมระบายออกได้ยาก แต่ท้ายที่สุดในครึ่งปีหลังจะเริ่มสมดุล







