
เพื่อการรักษาชีวิตประชาชน! อนุทิน แจงยิบเหตุของบ สธ.เพิ่ม 492 ล้าน
รมว.สาธารณสุข ชี้แจงรายละเอียดเหตุจำเป็นต้องของบพัฒนาโรงพยาบาลเพิ่มเติม 492 ล้าน วอน ส.ส.ไฟเขียวเพื่อประชาชนได้รับการรักษาที่ดีขึ้น
รมว.สาธารณสุข ชี้แจงรายละเอียดเหตุจำเป็นต้องของบพัฒนาโรงพยาบาลเพิ่มเติม 492 ล้าน วอน ส.ส.ไฟเขียวเพื่อประชาชนได้รับการรักษาที่ดีขึ้น
เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบายถึงเหตุจำเป็นการของบเพิ่มเติมก่อสร้างอาคารผู้ป่วย ห้องฉุกเฉิน เครื่องมือแพทย์ และระบบต่างๆในโรงพยาบาล 39 แห่ง รวมกว่า 492 ล้านบาท ของร่างพรบ.งบประมาณฯปี 2563 ที่กำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร
รมว.สาธารณสุข ระบุว่า ฉุกคิดสักนิดก่อนตัดงบห้องฉุกเฉิน เมื่อวานนี้ได้เซ็นหนังสือเสนอของบประมาณเพิ่มเติมของกระทรวงสาธารณสุข กรณีมีการแปรญัตติร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งกำลังพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎร
เรื่องหลักๆคือ ขอเพิ่มเติมงบประมาณก่อสร้าง ต่อเติม ขยายอาคารผู้ป่วย เพื่อรองรับผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้น เครื่องมือแพทย์ให้บริการประชาชน ได้ดีขึ้น ทันสมัยขึ้น และระบบกำจัดขยะ ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล ซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ผมพิจารณากลั่นกรองหลายรอบแล้วเห็นว่าเรื่องที่เสนอของบประมาณเพิ่มเติม ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่จำเป็นและต้องได้รับงบประมาณ จึงจะดูแลประชาชนให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นได้
จึงอยากจะขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ได้โปรดให้การสนับสนุนงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ตามที่เสนอให้ท่านพิจารณาด้วย
รองนายกฯ ระบุว่า เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบขอร้องทุกท่านช่วยกันพิจารณาสนับสนุนเป็นพิเศษ ก็คือเรื่องการพัฒนาศักยภาพการทำงานของห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ทั้งด้านการบริการจัดการพื้นที่รองรับผู้ป่วย พื้นที่ญาติ การจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานการณ์วิกฤต และ ค่าตอบแทนแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ ตามความเหมาะสม ในปีงบประมาณ 2563 ได้เสนอจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพห้องฉุกเฉินทั้งระบบ ในโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป รวม 39 แห่ง ต้องใช้งบประมาณ 492,733,800 บาท
ทั้งนี้ อยากจะทำมากกว่านี้แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณ และเข้าใจความจำเป็นของทุกหน่วยงาน เราจึงขอเพียงเท่านี้ก่อน ซึ่งประมาณการว่าน่าจะพัฒนาการทำงานของห้องฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ดีขึ้นและป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทในห้องฉุกเฉินได้ ขอความกรุณาทุกท่านช่วยกันสนับสนุนเพื่อการดูแลรักษาชีวิตของประชาชนที่มาถึงห้องฉุกเฉิน







