posttoday
ครม.ถอยเลื่อนพ.ร.ก.ครอบครัวฯออกไปก่อนอ้างเจ้าหน้าที่ไม่พร้อม

ครม.ถอยเลื่อนพ.ร.ก.ครอบครัวฯออกไปก่อนอ้างเจ้าหน้าที่ไม่พร้อม

03 กันยายน 2562

ครม.มีมติเลื่อนการพิจารณาพ.ร.ก.แก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมคุ้มครองสถาบันครอบครัว ในสภาออก ไปก่อน หลังฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ออกพรก.ไม่ชอบ

ครม.มีมติเลื่อนการพิจารณาพ.ร.ก.แก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมคุ้มครองสถาบันครอบครัว ในสภาออก ไปก่อน หลังฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ออกพรก.ไม่ชอบ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้สภาผู้แทนราษฎรเลื่อนการพิจารณาพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ให้อยู่ในวาระเร่งด่วน ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องออกพ.ร.ก.เพื่อขอเลื่อนการใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปก่อน

ทั้งนี้เนื่องกฎหมายนี้มีหัวใจสำคัญคือกำหนดให้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัว ให้อำนาจหน้าที่และบทบาทของสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดมากขึ้น และในแง่การให้ความรู้ประชาชนการใช้ชีวิตคู่ฉันสามีภรรยา ดำเนินสัมพันธ์ให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข รวมถึงกลไกกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีผู้ถูกกระทำความรุนแรงศูนย์ฯ มีหน้าที่เข้าไปดูแล หรือมีอำนาจในการสั่งแยกกันอยู่ของสามีภรรยา หากมีสถานการณ์รุนแรง ทำให้มีบทบาททางกฎหมายเข้ามาเพิ่มเติม จึงต้องใช้เวลาในการเพิ่มกำลังคน อบรมพัฒนาเพื่อให้มีความพร้อม

ขณะเดียวกันหากให้กฎหมายใช้โดยเจ้าหน้าที่ไม่มีความพร้อมใช้อำนาจในทางที่ผิด เจ้าหน้าที่อาจจะโดนฟ้องมาตรา 157 ได้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงเห็นว่าการชะลอการประกาศใช้พ.ร.บ.จึงจำเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ

ด้าน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านที่เข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของส.ส.ทั้งหมด เข้ายื่นเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ทั้งนี้ เนื่องจากข้ออ้างของรัฐบาลเรื่องความไม่พร้อมในการจัดตั้งหน่วยงานและบุคลากร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา172 มีเงื่อนไขการออกพระราชกำหนดไว้ 4 ประการ คือ 1.เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ 2.ความปลอดภัยสาธารณะ 3.ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และ 4.การปัดป้องภัยพิบัติสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของการตราพระราชกำหนดฉบับนี้ เกิดจากความไม่พร้อมของภาครัฐเอง จึงไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด พร้อมขอให้สภาผู้แทนราษฎรชะลอการพิจารณาพระราชกำหนด ฉบับดังกล่าวที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่4 ก.ย. ออกไปก่อน เพื่อรอคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้