
เสนอเพิ่มวันลาคลอด180วัน
เล็งเสนอสมัชชาสุขภาพแห่งชาติผลักดันกฎขยายเวลาลาคลอดได้ 180 วัน หลังพบผู้หญิงวัยทำงานไม่ไม่เวลาให้นมลูก ด้านกรมอนามัยเผยรพ.รัฐ 23 แห่งแอบแจกนมผงให้แม่มือใหม่เลี้ยงลูก
เล็งเสนอสมัชชาสุขภาพแห่งชาติผลักดันกฎขยายเวลาลาคลอดได้ 180 วัน หลังพบผู้หญิงวัยทำงานไม่ไม่เวลาให้นมลูก ด้านกรมอนามัยเผยรพ.รัฐ 23 แห่งแอบแจกนมผงให้แม่มือใหม่เลี้ยงลูก
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าเตรียมเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 15-17 ธ.ค.ให้มีฉันทามติให้หน่วยงานรัฐและเอกชนขยายเวลาในการหยุดคลอดบุตรเป็น 180 วันโดยได้รับค่าจ้างเต็ม
ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงที่ต้องทำงานลาคลอดได้เพียง 90 วันไม่สามารถหยุดงานได้เป็นเวลานานทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำโดยตัวเลขจากองค์การยูนิเซฟระบุว่าประเทศไทยมีอัตราทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกประมาณ 4.3หมื่นคนจากจำนวนทารกเกิดใหม่ในแต่ละปีประมาณ 8 แสนคน หรือคิดเป็น 5.4% ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ยังจะเสนอให้มีการออกมาตรการควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก เช่น ห้ามไม่ให้แจกนมหรือตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในโรงพยาบาลอย่างเข้มงวด ให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยใช้ภาษีจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมผสมจากต่างประเทศมาเป็นกองทุน
“ทุกวันนี้เอกชนได้นำสินค้าอาหารทารกและเด็กเล็กเข้ามาทำการตลาดในโรงพยาบาลเอกชนและสถานที่ราชการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งพบว่า คุณแม่หลังคลอดทารกจะได้รับแจกนมผงโดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทันที ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเพราะมีหลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กฯ พ.ศ.2551 ที่ห้ามบุคคลากรทางการแพทย์แจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้แก่หญิง นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขก็มีนโยบายส่งเสริมให้เด็กทารกต้องได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน”นพ.ศิริวัฒน์กล่าว
พญ.นิพรรณพร วรมงคล จากสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย เปิดเผยว่าจากการสำรวจการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กฯ พ.ศ.2551ในโรงพยาบาลของรัฐ 74 แห่ง พบว่ามีการละเมิดหลักเกณฑ์ 23 แห่ง เช่น มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แจกตัวอย่างอาหารทารกและเด็กเล็ก แจกของขวัญแก่แม่ทั้งในร้านขายยา โรงพยาบาลและคลินิก
“การที่พนักงานการตลาดติดต่อหญิงมีครรภ์โดยใช้สถานบริการสาธารณสุขเป็นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ถือว่าเป็นการละเมิดหลักเกณฑ์ฯโดยไม่มีความรับผิดชอบ คณะทำงานวิชาการจึงเสนอร่างมติให้มีการควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กโดยพัฒนาให้เป็น พ.ร.บ.อาหารทารกและเด็กเล็กให้สำเร็จภายในปี 2555 เพื่อให้มีผลบังคับใช้และมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำในลักษณะนี้”พญ.นิพรรณพรกล่าว
ทั้งนี้จากข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าทารกที่กินนมแม่นาน 8 เดือนหรือมากกว่าจะมีเชาว์ปัญญาทางด้านภาษามากกว่า 10.2 จุด และเชาว์ปัญญาด้านการปฏิบัติมากกว่า 6.2 จุดเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ ขณะที่ทารกที่กินนมผสมมีโอกาสเจ็บป่วยจากโรคอ้วน เบาหวาน มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นต้น
ซึ่งนโยบายการควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กเป็น 1 ใน 9 ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 คัดเลือกให้นำร่างมติดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหาฉันทามติ ในระหว่างวันที่ 15-17 ธ.ค. และมติที่ได้รับการรับรองจากที่ประชุมจะนำเสนอครม.พิจารณาเพื่อดำเนินการให้มีผลในทางปฏิบัติต่อไป







