
สนามบินเชียงใหม่แจงพาวเวอร์แบงก์ลุกไหม้ไม่ได้ระเบิดวอนเข้าใจเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม
เชียงใหม่-สนามบินเชียงใหม่แจงพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารลุกไหม้จนเกิดประกายไฟวอนเข้าใจเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มเพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
เชียงใหม่-สนามบินเชียงใหม่แจงพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารลุกไหม้จนเกิดประกายไฟวอนเข้าใจเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มเพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยถึงเหตุการณ์แบตเตอรี่แบบพกพา (Power bank) ลุกไหม้ในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารชาวต่างชาติ โชคดีที่ไม่เกิดเหตุร้าย เมื่อบ่ายวันที่ 21 กรกฎาคม บริเวณชานชาลา หน้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้โดยสารต่างชาติชาวอเมริกัน รอขึ้นรถอยู่หน้าชานชาลา ผู้โดยสารรู้สึกร้อนที่บริเวณด้านหลังและเห็นเปลวไฟที่กระเป๋าสะพายหลัง (กระเป๋าเป้) จึงได้โยนกระเป๋าทิ้ง พบว่าสาเหตุการลุกไหม้มาจากแบตเตอรี่แบบพกพา จึงโยนทิ้งไว้บนพื้นและเกิดการลุกไหม้ต่อเนื่อง จากการตรวจสอบพบว่าแบตเตอรี่แบบพกพาดังกล่าว มีแบตเตอรี่ ลิเธียมในตัวที่ใช้สำหรับอัดประจุพลังงานไฟฟ้า และคาดว่าจะทำปฏิกิริยากับของเหลว ซึ่งเป็นเครื่องสำอางหรือน้ำดื่มในกระเป๋าของผู้โดยสาร จึงทำให้เกิดการลุกไหม้
ดังนั้น ทอท.จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารห้ามนำอุปกรณ์ที่มีขนาดของแบตเตอรี่ลิเธียมเกินกว่าที่กำหนดนำขึ้นอากาศยาน โดยแบ่งเป็นแต่ละประเภท ได้แก่ 1.ประเภทแบตเตอรี่สำรอง (Spare) เช่น Power Bank เป็นต้น ได้มีการกำหนดค่าความจุไฟฟ้า ดังนี้ ค่าความจุไฟฟ้า 100Wh หรือ 20,000mAH หรือปริมาณลิเธียมไม่เกิน 2 กรัม อนุญาตให้นำติดตัวขึ้นอากาศยานได้ ค่าความจุไฟฟ้า 100 – 160Wh หรือ 20,000 – 32,000mAH หรือปริมาณลิเธียมไม่เกิน 2 – 8 กรัม นำติดตัวขึ้นอากาศยานได้คนละไม่เกิน 2 ชิ้น ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบิน ค่าความจุไฟฟ้ามากกว่า 160Wh หรือ 32,000mAH หรือปริมาณลิเธียมมากกว่า 8 กรัม ไม่อนุญาตให้นำขึ้นอากาศยานทุกกรณี
2. ประเภทแบตเตอรี่ที่อยู่ในอุปกรณ์ (Portable Electronic Device : PED) เช่น แบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ Laptop Hoverboard และ Airwheel เป็นต้น ได้กำหนดค่าความจุกำลังไฟฟ้า ดังนี้ ความจุไฟฟ้าไม่เกิน 100Wh หรือ 20,000mAH หรือปริมาณลิเธียมไม่เกิน 2 กรัม สามารถนำขึ้นอากาศยานได้ทั้งในสัมภาระติดตัวและสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ความจุไฟฟ้าไม่เกิน 100 – 160Wh หรือ 20,000 – 32,000mAH หรือปริมาณลิเธียมระหว่าง 2 – 8 กรัม สามารถนำขึ้นอากาศยานได้ ทั้งในสัมภาระติดตัวและสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง แต่ต้องได้รับอนุญาตจากสายการบิน ค่ากำลังไฟฟ้ามากกว่า 160Wh หรือ 32,000mAH หรือปริมาณลิเธียมมากกว่า 8 กรัม ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบิน ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นไปตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การพาแบตเตอรี่ลิเธียมไปกับอากาศยาน พ.ศ.2559
ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมที่ไม่ระบุพลังงานไฟฟ้า หรือขนาดบรรจุของลิเธียม หรือระบุไม่ชัดเจน จะไม่อนุญาตให้พาไปกับอากาศยานโดยเด็ดขาด ทั้งนี้การที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท./AOT) รวมทั้งท่าอากาศยานทุกแห่ง ได้เข้มงวดในเรื่องดังกล่าว ก็เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้โดยสารและอากาศยานตามมาตรฐานสากล







