
พม่าเคลื่อนพลตรึง 'ไทยใหญ่' ประกาศภาวะฉุกเฉินชายแดน
...ทีมข่าวภูมิภาค
แม้เสียงปืนจากการปะทะของกองกำลังรัฐบาลพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย หรือดีเคบีเอ แนวชายแดนด้านตะวันตกของไทยทั้ง จ.ตาก และอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จะสงบแล้ว แต่อุณหภูมิความรุนแรงก็ยังไม่ซาลง เมื่อพม่าประกาศภาวะฉุกเฉินทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดนที่ติดกับไทย ตั้งแต่ จ.ตาก จนถึงจ.กาญจนบุรี
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทหารพม่ากว่า 200 นาย เคลื่อนกำลังจากเมืองท่าขี้เหล็กด้านตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เข้าประชิดพื้นที่ดอยก่อวัน ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่มั่นกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่หรือเอสเอสเอ เพื่อกดดันมิให้กลุ่มไทยใหญ่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่เมืองท่าขี้เหล็ก เมืองเศรษฐกิจชายแดนของพม่า เช่นที่กลุ่มดีเคบีเอก่อเหตุที่เมืองเมียวดี
ด้านสถานการณ์ อ.พบพระ จ.ตาก กองทัพพม่าส่งตัวแทนเจรจาให้ พ.อ.นาคะมวย ผู้บัญชาการกองพล 907 ดีเคบีเอ ที่ก่อเหตุยึดเมืองเมียวดี ยอมวางอาวุธ แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ พร้อมกันนั้นทหารพม่ากว่า 1 กองพันเคลื่อนพลประชิดบ้านวาเลย์ ที่มั่นของ พ.อ.นาคะมวย ซึ่งห่างจากเมืองเมียวดีไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ขณะเดียวกันที่มีการเสริมกำลังทหารจำนวนมากเข้ามายังเมืองกอกาเรก ห่างจากเมืองเมียวดีไปทางทิศตะวันตก 60 กิโลเมตร เพื่อเตรียมสนับสนุนหากต้องใช้กำลังเข้าโจมตีที่มั่น พ.อ.นาคะมวย
ทั้งนี้ สถานการณ์ด้าน อ.พบพระ ที่กำลังร้อนระอุ ทำให้ราษฎรฝั่งพม่า ซึ่งเป็นมวลชนของดีเคบีเอประมาณ 500600 คน หนีภัยเข้ามาฝั่งไทย โดยในช่วงกลางคืนจะหลบเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตไทย ส่วนกลางวันก็จะกลับไปดูแลทรัพย์สินที่บ้านในฝั่งพม่า ขณะที่ดีเคบีเอวางกำลังจำนวนหนึ่งเตรียมตั้งรับกองกำลังทหารพม่า
ขณะที่ อ.สังขละบุรี ทหารพม่าเปิดฉากยิงปืน ค ถล่มที่มั่นของดีเคบีเอตั้งแต่เช้ามืด กระทั่งเสียงปืนยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. รวมการยิงปืน ค ทั้งสิ้น 82 นัด เพื่อรุกไล่กองกำลังดีเคบีเอให้ถอยร่นเข้าไปในป่าลึก หลังจากนี้คาดว่าหากจะมีการปะทะกันอีก ก็จะเป็นการปะทะกันในเขตป่าที่ลึกเข้าไปในฝั่งพม่า ไม่กระทบต่อบริเวณชายแดนไทย
ด้านราษฎรพม่าที่หนีภัยการสู้รบเข้ามายังฝั่งไทย หลังเสียงปืนสงบลง และเจ้าหน้าที่พม่าประสานให้ผู้หนีภัยเดินทางกลับได้ ทหารกองกำลังสุรสีห์จึงนำราษฎรพม่ากว่า 2,000 คนเดินทางกลับไปยังเมืองพญาตองสู่ฝั่งพม่า
นายอภิสิทธิ์ ชลสาคร รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทยพม่า ว่า ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมหาศาล เป็นเหตุการณ์ที่ซ้ำเติมจากการที่พม่าปิดด่านพรมแดนเมียวดีมาตั้งแต่เดือน ก.ค.
“
ที่ผ่านมาการค้าชายแดนแทบจะไม่มีการขับเคลื่อนเลย การค้าหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง นอกจากเกิดเหตุการณ์สู้รบแล้ว ยังมีปัญหาตามมาอีกประการหนึ่งคือ ทางรัฐบาลพม่าได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนตากจนถึงกาญจนบุรีด้วย ยิ่งทำให้การค้าขายชายแดนเลวร้ายลง ปัญหาต้องยืดเยื้อออกไปอย่างแน่นอน“
เราจะต้องรอดูผลการเลือกตั้งพม่าว่าจะเป็นอย่างไร ต่างประเทศยอมรับได้หรือไม่ หรือประเทศจีนลงไปช่วยรับประกันการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ามีความชอบธรรม หรือมีประชาธิปไตยครึ่งใบก็ยังดี อาจจะทำให้ภาพลักษณ์พม่าดีขึ้น แต่ที่แน่ๆ จากนี้ไปคงค้าขายที่ชายแดนลำบากแน่” รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวด้านนางนาตาเรีย ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ประจำพื้นที่ภาคสนามชายแดนไทยพม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เข้าพบนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก ขณะกำลังส่งผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบเดินทางกลับไปฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า ช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ย.ว่า การที่ฝ่ายไทยส่งผู้หลบหนีภัยสงครามกลับไปพม่านั้นขอให้เป็นไปด้วยความสมัครใจและปลอดภัยอย่าให้มีปัญหา
ด้านความเคลื่อนไหวของนายโตรุ ยามาติ ผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น ที่ลักลอบข้ามแม่น้ำเมยไปบันทึกภาพข่าวการเลือกตั้ง และถูกเจ้าหน้าที่พม่าควบคุมตัวเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา และฝ่ายพม่าได้ปล่อยตัวมาแล้วนั้น ขณะนี้ได้เก็บตัวเงียบอยู่ใน อ.แม่สอด ขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกำลังติดตามตัวเพื่อนำมาสอบสวนถึงการข้ามแดนไปฝั่งพม่าโดยไม่ได้รับอนุญาต







