
"บิ๊กโจ๊ก"แถลงรวบตัวการใหญ่ "กาแฟแคชแบ็ค" ลวงคนร่วมลงทุน
"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" แถลงจับกุม หนึ่งในตัวการใหญ่ "กาแฟแคชแบ็ค" หลอกลวงประชาชนร่วมลงทุน หลังหนีไปกบดานที่เวียดนาม
"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" แถลงจับกุม หนึ่งในตัวการใหญ่ "กาแฟแคชแบ็ค" หลอกลวงประชาชนร่วมลงทุน หลังหนีไปกบดานที่เวียดนาม
เมื่อวันที่ 30 มี.ค.62 เวลา 23.00 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการ กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนายการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมตำรวจ สตม.และตำรวจท่องเที่ยว ชุด ศปอส.ตร. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายกิตติกร วรรณวสุธร ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจับกุมผู้ร่วมกระบวนการได้จำนวน 8 คน โดยจับกุมได้ในขณะที่หลบหนีไปกบดานในประเทศเวียดนาม
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ เครือข่ายแชร์ลูกโซ่บริษัท กาแฟ แคชแบ็ค จำกัด ได้เปิดบริษัทขึ้นมาเพื่อชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ WWW.cofcashback.com มีประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อร่วมลงทุนจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 3 พันล้านบาท แต่หลังจากเปิดบริษัทได้เพียง 2 เดือน ก็ได้ปิดบริษัทไป ทำให้ประชาชนที่ร่วมลงทุนได้รับความเสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 1,000 ราย
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้แล้วจำนวน 8 ราย เหลือเพียง นายกิตติกร วรรณวสุธร และนางสาวสิรวัญพร ไชยวัชรคุปต์ อายุ 53 ปี สองตัวการใหญ่ที่หลบหนีไปกบดานในประเทศเวียดนาม เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายกิตติกร และนางสาวสิรวัญพร ก่อนที่จะประสานความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนาม ออกติดตามจับกุมตัวนายกิตติกร เอาไว้ได้เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วน นางสาวสิรวัญพร ได้ไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมตัวไปได้ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม
จากนั้นจึงได้ประสานส่งตัวนายกิตติกร กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและทีมงาน ได้เดินทางไปรับตัวนายกิตติกร ผู้ต้องหารายนี้ด้วยตัวเอง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ก่อนควบคุมตัวนายกิตติกร ไปควบคุมที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อทำการสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัวนางสาวสิรวัญพร มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ผู้เสียหายกว่า 30 รายที่ทราบข่าวว่าจับกุมตัวนายกิตติกร ได้แล้วและจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยจึงได้เดินทางมาชี้ตัวนายกิตติกร ว่าเป็นตัวการใหญ่ในการฉ้อโกงในครั้งนี้พร้อมทั้งนำช่อดอกไม้มามอบขอบคุณให้แก่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและทีมงาน ที่สามารถจับกุมตัวนายกิตติกร ได้ในครั้งนี้







