
สาทิตย์ชี้สุราษฎร์-ชุมพร-นครศรีฯยังน่าห่วง
ประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เผย สุราษฎร์,ชุมพร,นครศรีธรรมราช สถานการณ์ยังน่าห่วง ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้สถานการณ์น้ำค่อนข้างมีปัญหา
ประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เผย สุราษฎร์,ชุมพร,นครศรีธรรมราช สถานการณ์ยังน่าห่วง ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้สถานการณ์น้ำค่อนข้างมีปัญหา
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) กล่าวภายหลังการประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัด ใน 38 จังหวัด ถึงวีธีการรวบรวมรายชื่อและวิธีการรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ว่า เมื่อเช้า (5พ.ย.) ได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้พบว่าเหตุการณ์อยู่ในสถานะที่ต้องติดตามอย่างละเอียดและต้องแจ้งเตือน ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นห่วงอันดับหนึ่งคือ จ.สุราษฏร์ธานี จ.ชุมพร และจ.นครศรีธรรมราช ส่วนที่สองคือทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัด ที่สถานการณ์น้ำค่อนข้างมีปัญหา เราได้ให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานไปทางกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อแจ้งเตือนอำเภอที่มีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรขึ้นไป
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า อันดับแรกคือที่ อ.สิชล ฝนตกสะสม 267 มิลลิเมตร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี อ.สิงหนคร จ.สงขลา อ.ท่าศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อ.ระ โนด จ.สงขลาและอำเภอใกล้เคียง ในส่วนอำเภอต่างๆเหล่านี้จะมีบางจุดที่ติดอยู่กับภูเขา ตรงนี้ได้ให้แจ้งเตือนทุกหมู่บ้านที่ติดอยู่กับภูเขา ซึ่งเสี่ยงต่อดินถล่ม เนื่องจากปริมาณดินอุ้มน้ำฝนไว้เยอะ ถ้าน้ำฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตร ต้องแจ้งเตือนทุกที่ ถ้าต้องอพยพผู้คนก็ต้องอพยพก่อน
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินถล่มกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าไปช่วยเหลือช้ามาก นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงได้มีการแจ้งเตือนและสามารถที่จะอพยพคนให้ปลอดภัยได้เมื่อวาน (4 พ.ย.) ทั้ง 100 คนที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้เร่งรัดไปว่าอย่าให้รอเหตุการณ์ จนกระทั้งถึงขั้นที่ใกล้จะเกิดเหตุแล้วถึงแจ้งเตือน
เมื่อถามว่า แนวโน้มที่จะมีแผ่นดินถล่มมีอีกหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงจะใช้คำว่าดินที่สไลด์ลงมาจากภูเขา แนวโน้มคือ 3 จังหวัดนี้ที่อยู่ใกล้กับภูเขา และมีปริมาณฝนตกมากมีดินอุ้มฝนเยอะ ซึ่งตรงนี้ได้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว โดยทางศูนย์จะให้จะทาง ปภ.รายงานทุก 3 ชั่วโมง และในตอนนี้ภาคใต้ทั้งสองซีกนั้นมีฝนตกอยู่
เมื่อถามว่า เหตุการณ์คงจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนกับที่เกิดขึ้นใน ต.กระทุน จ.นครศรีธรรมราช นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงไม่เหมือน เพราะตอนนี้ ทุกฝ่ายก็ตื่นตัวและวิตกกังวลอยู่ เมื่อถามว่า การเยียวยาจะมีเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะพื้นที่ภาคใต้นั้นเสียหายหนัก นายสาทิตย์ กล่าวว่า อันนี้ได้รับการประสานงานจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากที่พัทลุงเป็นพายุเข้า สวนยางเสียหายเป็นแสนไร่ รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงด้วย
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ตนได้คุยกับนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คิดว่าต้องไปดูเรื่องหลักเกณฑ์โดยเฉพาะ เพราะต้นยางที่โค่นเป็นเรื่องของลมจะได้รายได้กลับมาอีกทีใน 7 ปีให้หลัง โดยในวันที่ 7 พ.ย.ตนจะลงไปดูพื้นที่ จ.พัทลุง และจะประชุม คชอ.วันที่ 8 พ.ย.เพื่อทำข้อเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 พ.ย.ต่อไป







