posttoday
จ่อขึ้นดอกรับทุนนอกบุก

จ่อขึ้นดอกรับทุนนอกบุก

05 พฤศจิกายน 2553

ไทยจ่อคิวเผชิญเงินนอกทะลักหนักจนต้องขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ หลังสหรัฐฉีดเงิน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ไทยจ่อคิวเผชิญเงินนอกทะลักหนักจนต้องขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ หลังสหรัฐฉีดเงิน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ผลกระทบของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE2) ของสหรัฐอเมริกาด้วยการอัดฉีดเงินลงไปในระบบอีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับ 00.25% ทำให้ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นทุกประเภท ทั้งทองคำ น้ำมัน และพืชผลทางการเกษตร นอกจากนี้ยังทำให้ดัชนีหุ้นในภูมิภาคนี้ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 11.5% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดบวกสูงสุดถึงเพิ่มขึ้น 17.41 จุด (บวก 1.72%) มูลค่าการซื้อขาย 5.4 หมื่นล้านบาท

น.ส.วชิรา อารมณ์ดี ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับแลกเปลี่ยนเงินและสินเชื่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.จำเป็นต้องติดตามภาวะเงินทุนไหลเข้าอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะปริมาณเงินไหลเข้าจะมีผลกระทบต่อเงินบาทให้ปรับแข็งค่าเร็วขึ้นได้ สำหรับมาตรการเพิ่มเติมนั้น ธปท.อยู่ระหว่างเตรียมการจะไปหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เมื่อผลตอบแทนในสหรัฐต่ำ เงินทุนก็จะย้ายมาลงทุนในเอเชียและไทยทำให้เงินบาทแข็งค่าอีก ซึ่งไทยอาจประสบภาวะฟองสบู่ในตลาดโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นได้หากไม่ดูแลให้ดีจึงน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย

นายเชาว์ กล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่ ธปท.ต้องทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้ภาวะฟองสบู่สร้างปัญหาในอนาคต และจะเป็นปัญหาอีกระลอกหนึ่ง แม้ปัญหาครั้งนี้จะไม่เท่าวิกฤตปี 2540 แต่การออกมาตรการดูแลเนิ่นๆ จะทำให้เจ็บตัวน้อย

นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลและ ธปท.จะต้องเร่งหามาตรการรับมือเพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินประเทศคู่แข่งอื่นๆ เพราะจะทำให้สูญเสียศักยภาพการแข่งขันทางการค้า รัฐบาลน่าจะเก็บภาษีเงินต้นที่นักลงทุนต่างประเทศนำเข้ามาลงทุนในไทย เพราะจะทำให้นักลงทุนมีต้นทุนในการนำเงินมาลงทุนเพิ่มขึ้น ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรมีโอกาสจะเห็น 28 บาท/เหรียญสหรัฐแน่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน