
กกต.พร้อมทำประชามติแก้รธน.
กกต.พร้อมทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีปัญหาเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว เล็งสอยสส.-สว.ขาดคุณสมบัติถือหุ้นสัมปทานรัฐ ต้องห้ามตามรธน.ต่อรอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มคดี6สส.พ้นสมาชิกภาพก่อน
กกต.พร้อมทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีปัญหาเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว เล็งสอยสส.-สว.ขาดคุณสมบัติถือหุ้นสัมปทานรัฐ ต้องห้ามตามรธน.ต่อรอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มคดี6สส.พ้นสมาชิกภาพก่อน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.พร้อมทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะใช้งบประมาณ2,000 ล้านบาท และไม่มีปัญหาหากจะมีการแก้ไข เขตเลือกตั้งจากเขตเดียว 3 เบอร์ เป็นเขตเดียวเบอร์เขต เพราะเคยจัดการเลือกตั้งทั้งสองแบบมาแล้ว อย่างไรก็ตามควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย2เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมเพราะต้องมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่
นอกจากนี้ กกต. จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของสส. และสว.อีกหลายคนเพิ่มเติม หลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสส.จำนวน 6คนสิ้นสุดลงเนื่องจากการถือหุ้น ตามห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา 265 (2) (4) ประกอบมาตรา 4 คำร้องของนายสมคิด หอมเนตร นักวิจาการอิสระที่ร้องขอให้มีการตรวจสอบ
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง คาดว่า กกต.จะได้รับคำวินิจฉัยฉบับเต็มหลังมีผลคำวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญภายใน7วันซึ่งจะนำมาเป็นหลักในการพิจารณาคำร้องของนายสมคิดที่ร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกรัฐสภาจำนวนหลายคนที่ยังค้างการพิจารณาอยู่
"กกต.ก็ต้องพิจารณาว่า การถือหุ้นในบริษัทนั้นเข้าข่ายสัมปทานรัฐหรือไม่ และมีการให้ผลประโยชน์อย่างไร ซึ่งถ้าเข้าข่ายความผิดก็ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเช่นเดียวกัน" นางสดศรี กล่าว
ส่วนก่อนหน้านี้ที่ กกต.เคยมีมติยกคำร้องเพราะเห็นว่า การถือหุ้นในบริษัทหรือการรับประทานบัตรของผู้ถูกร้องไม่เข้าข่ายต้องห้าม เนื่องจากชื่อว่าน่าจะมีการขายหุ้นดังกล่าวออกไปหมดแล้ว







