posttoday
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

03 มีนาคม 2562

เรื่อง: วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

เรื่อง: วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย


สั่งเสร็จแล้วขึ้นรถตรงไปโรงทหารม้า ลงจากรถต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามที่สั่งไว้ ประจวบเวลาเป่าแตรปลุกพอดี

เมื่อถึงหน้าที่ว่าการกรมทหารม้า ผู้อำนวยการฝ่ายทหารพร้อมด้วยพระยาพหลฯ และพระประศาสน์ฯ ก็พรวดเข้าไปในกองรักษาการพร้อมกัน ตัวท่านผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้เรียกผู้บังคับกองรักษาการมา และเริ่มแสดงตามแผนคือใช้วิธีลวง ทำเป็นดุผู้บังคับกองรักษาการว่าเวลานี้เกิดขบถในกรุงเทพฯ มัวแต่หลับนอนอยู่ได้ ฉะนั้นให้ไปปลุกนายทหารและสั่งให้มาประชุมที่หน้าที่ว่าการโดยเร็วเป็นคำสั่งของแม่ทัพ ผู้บังคับกองรักษาการยอมปฏิบัติตาม โดยไม่มีอาการอิดออดหรือลังเล

ระหว่างนี้ผู้ได้รับมอบหน้าที่ต่างๆ ก็รีบไปปฏิบัติงานของตัว กำลังพลุกพล่านกันนั้นเอง เจ้าคุณพหลฯ ก็งัดคลังกระสุน และขนกระสุนออกอย่างรวดเร็ว พระประศาสน์ฯ ไปคุมตัวพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ฯ มาได้ แล้วได้รับคำสั่งด้วยวาจาจากปากผู้อำนวยการฝ่ายทหารว่าให้เป็นผู้ควบคุมคนสุดท้าย อยู่จนกว่ารถรบจะเคลื่อนไปพ้นประตูหมดบ้านในบริเวณโรงทหาร มายืนเรียงแถวต่อหน้าผู้อำนวยการฝ่ายทหาร ด้วยคำพูดไม่มากนัก ทำให้นายทหารเหล่านั้นรู้ว่ามีเหตุอันไม่เคยมีมาก่อน แต่เขาจะมีความเข้าใจลึกซึ้งไปถึงไหนไม่ทราบ แต่ไม่มีใครแสดงออกมาเลย ทุกคนยืนสงบไม่มีอาหารเคลื่อนไหวคอยฟังคำสั่งว่าจะสั่งอะไรไปเท่านั้น ในระหว่างนี้รถยนต์และรถรบเล็กที่เคลื่อนผ่านออกไปเรื่อย และทหารจากกองร้อยต่างๆ ของกรมทหารม้าก็เดินแถวผ่านออกมาเรื่อยจนหมด ผู้อำนวยการจึงสั่งให้นายทหารที่ยืนรอด้วยความสงบ ไม่ไหวติงนั้นขึ้นรถยนต์ในคันเดียวกันในความควบคุมของคนหนึ่งจากพวกร่วมมือ ทั้งรถยนต์บรรทุก รถยนต์นั่ง รถยนต์เกราะรถรบ และแถวทหารเดินเท้าเคลื่อนที่ไปสู่กรมทหารปืนใหญ่

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

การปฏิบัติขั้นแรกสำเร็จไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็ว เพราะเหตุไรกองรักษาการของทหารม้าจึงไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเหตุไร ยามคลังกระสุนจึงปล่อยให้พระยาพหลฯ งัดคลังกระสุนและขนกระสุนไปได้ ทำไมนายสิบพลทหารของกรมทหารม้า จึงยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายทหารซึ่งมิได้เป็นผู้บังคับบัญชาของตัวด้วยความราบรื่น ทำไมนายทหารที่มาเรียงแถวอยู่ข้างหน้าผู้อำนวยการฝ่ายทหารจึงรักษาความสงบเงียบปล่อยให้นายทหารอื่นนำทหารของตัวผ่านหน้าตัวออกไปได้ และในเวลาต่อๆ ไปก็คงนั่งเฉยเช่นนั้น ไม่แสดงกิริยาหรือวาจาอันเป็นเครื่องหมายที่จะขัดแย้งแต่อย่างใดเลย เป็นเพราะนายสิบนายทหารเหล่านั้นเห็นด้วยในการปฏิวัติหรือ? เปล่าเลย! ทั้งนายทหาร นายสิบ พลทหาร ไม่มีใครรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่มีใครเคยได้เห็นได้รู้ การปฏิวัติทำอย่างไร เพื่ออะไร มีแต่ความงงงวยเต็มไปด้วยความไม่รู้ และข้อนี้เองเป็นเหตุสำคัญแห่งความสำเร็จ!

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

สำหรับพลทหารทั้งหมดไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีความยุ่งยากอะไร เขาทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาของเขาโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เขาถูกฝึกมาเช่นนั้น และหากนายทหารอื่นมาสั่งให้ทำโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เขาก็ทำเช่นเดียวกันทำไมเขาจะไม่ทำ เพราะในชีวิตเป็นทหารของเขา เขายังไม่เคยถูกเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเขาจะรู้ไม่ได้เลยว่าเป็นการลวง ในเมื่อเขาโดนครั้งแรก นายสิบแม้ว่าจะรับราชการมานาน แต่ก็ไม่เคยโดนอย่างนี้เช่นเดียวกัน ไม่สามารถทราบว่าจะมีบางคนคิดสงสัย และรู้สึกถูกลวงหรือไม่ เพราะมิได้มีใครเอาใจใส่สอบสวนเรื่องเหล่านี้เพื่อเป็นบทเรียน แต่นายสิบทุกคนทำราชการเพื่อเลี้ยงท้องและครอบครัวของตัว สิ่งใดที่อาจเป็นความผิดกระทบกระเทือนความเป็นอยู่ของตนได้แล้วเป็นต้องงดไม่กระทำทีเดียว เมื่อต่างคนต่างไม่กล้าทำอะไรโดยกลัวผิดเช่นนี้ก็ไม่มีใครกล้าตกลงต้องทำตามที่คนอื่นเขาทำกันทุกๆ คนเพราะคิดเสียว่าเขาทำกันทั้งหมด คงจะเป็นการถูกต้องแล้วหรือหากจะผิดไปด้วยกันทั้งหมด ข้อสำคัญก็คือเรื่องชนิดนี้ไม่เคยมีตัวอย่างมาเลย จึงไม่มีใครคิดตกว่าตัวควรทำอย่างไร ถึงแม้จะสงสัย สำหรับนายทหารก็มีส่วนคล้ายกับนายสิบพลทหารอยู่ด้วย แต่เนื่องจากมีการศึกษาสูงกว่าและมีความรับผิดชอบบังคับบัญชาทหารตน จึงมีเหตุผลที่จะคิดไปได้ว่าพวกนี้อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นได้ แต่นายทหารทั้งหมดรู้จักผู้อำนวยการฝ่ายทหารส่วนมากได้เรียนในโรงเรียนนายร้อยในสมัยที่ผู้อำนวยการฝ่ายทหารเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงมีความเคารพและเกรงในฐานผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกนี้สงบนิ่ง

เมื่อขบวนเดินเท้าเหล่าทหารม้ามาถึงโรงทหารปืนใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งให้ทหารทั้งหมด ทั้งพวกทหารม้าและปืนใหญ่ขึ้นรถยนต์ของกรมทหารปืนใหญ่ซึ่งเรียงแถวอยู่ในลานฝึกหัดของกรมทหารปืนใหญ่ซึ่งเรียงแถวอยู่ในลานฝึกหัดของกรมทหารปืนใหญ่ของพระยาฤทธิ์อัคเนย์

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

ทหารทั้งหมดแย่งกันขึ้นรถ ไม่คิดอะไรมากไปกว่านั่งรถสบายไม่ต้องเดิน ส่วนรถจะแล่นไปข้างไหนไม่ถามถึง จนขบวนรถผ่านหน้ากองพันทหารช่าง ทหารกำลังฝึกหัดอยู่บนสนามหน้ากองพัน ด้วยการกวักมือประกอบด้วยเสียงตะโกนของผู้อำนวยการฝ่ายทหาร ผู้บังคับกองพันทหารช่างเข้าใจว่าถึงเวลาที่ผู้อำนวยการฝ่ายทหารต้องการใช้ทหารของตัว ตามที่ได้ทำความเข้าใจตกลงกันไว้แต่เย็นวานแล้ว จึงสั่งทหารขึ้นรถ พวกทหารวิ่งแข่งกันขึ้นรถด้วยความร่าเริง แสดงให้เห็นว่าเขาอยากนั่งสบาย แทนที่จะต้องยืนคอแข็งอยู่บนสนามฝึกหัดอันน่าเบื่อ รถบรรทุกขบวนยืดยาวเท่าที่มีมาเต็มเสียแล้ว ต่อไปนี้แล่นรวดเดียวถึงหน้าพระลาน โดยไม่หยุดเรียกทหารในกรมทหารราบที่ 3 ซึ่งอยู่ติดต่อกับกองพันทหารช่าง ขบวนรถยนต์ถึงหน้าพระลานเวลา 06.05 น. คลาดเวลาที่นัดไว้กับหลวงสินธุ์สงครามชัย 5 นาทีหลวงสินธุ์ฯ พร้อมด้วยทหารเรือมีจำนวนพลทหารประมาณร้อยคนได้มารออยู่ตั้งแต่ก่อน 06.00 น. คงจะเป็นเวลานานแสนนานสำหรับหลวงสินธุ์ฯ นานถึงกับเขาเริ่มหมดหวังและคิดไม่พ้นตะรางแน่ พอเห็นต้นขบวนรถยนต์โผล่ เขาก็โล่งใจและสั่งทหารขยายแถวปิดถนนราชดำเนินซึ่งพุ่งตรงมาถนนหน้าพระลาน

ณ ที่นั่นมีกองพันทหารราบซึ่งได้นัดหมายไว้เมื่อวันที่แล้ว กำลังฝืนอยู่ นักเรียนนายร้อยทั้งหมดในความควบคุมของผู้บังคับการโรงเรียนและครูวิชาทหารของผู้อำนวยการฝ่ายทหารก็พร้อมอยู่ที่นั่น

ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้ต้อนทหารทั้งหมดเข้าประตูรั้วเหล็กของพระที่นั่งอนันต์ฯ ภายหลังที่พระยาพหลฯ ได้อ่านคำประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองและได้ถูกตะโกนแต่งตั้งขณะนั้นเป็นต้นไป

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (98)

ภายหลังปรากฏว่านายทหารที่ได้ฟังการอ่านคำประกาศของพระยาพหลฯ ส่วนมากยังไม่รู้เรื่องอะไร เมื่อสั่งให้เข้าไปในรั้วพระที่นั่งก็เข้าไปอย่างนั้นเอง เมื่อทหารเข้าไปในรั้วแล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งให้เข้าแถวคละกันหมดทุกเหล่าเตรียมพร้อมสำหรับที่จะสั่งใช้ได้ต่อไป การที่ให้เข้าแถวคละกันเช่นนี้ย่อมเป็นการป้องกันมิให้ผู้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งสั่งการแก่ทหารของตัวได้สะดวกเพราะทหารของตัวมิได้อยู่รวมกัน กระจายแซกอยู่ทั่วไป ห่างไกลกัน นายทหารจับกลุ่มซุบซิบห่างจากแถวทหาร เขายังไม่รู้ว่าเกิดอะไร เขาไม่รู้และมีความคิดที่จะทำอะไรกันเขาดูความเป็นไปด้วยความสงบและไม่เอาใจใส่ ส่วนมากไม่ถูกเรียกใช้จากผู้อำนวยการฝ่ายทหาร เพราะพวกนี้ไม่แสดงความประสงค์ที่จะได้ถูกใช้ เขายับยั้งอยู่แต่ห่างๆ นั่งเป็นกลุ่มๆ ผู้อำนวยการก็ไม่รู้จักเป็นส่วนมาก เพราะจำนวนทหารที่ออกไปจากโรงเรียนหลายรุ่นจำนวนมากด้วยกัน ไม่สามารถจะจำได้

พวกร่วมมือด้วยกันที่ถูกใช้เป็นหัวแรงต่อไปนี้คือพระประศาสน์ฯ เขาได้รับมอบให้นำรถยนต์และรถเกราะไปเชิญตัวเจ้าชั้นผู้ใหญ่ และผู้บังคับบัญชาชั้นผู้ใหญ่ ในชั้นต้นตรงไปเชิญกรมพระนครสวรรค์ฯ ก่อน ผู้ที่ช่วยแข็งแรงในวันนั้นตั้งแต่เช้าก็มีหลวงวีระโยธาซึ่งมิได้รู้เรื่องอะไรมาก่อนเลย เขาเป็นผู้นำรถยนต์ไปต้อนทหารที่ยังเหลืออยู่และมิได้นัดหมายไว้ที่ท้องสนามหลวงมาได้อีกมาก

การที่ไปต้อนเอามาได้ง่ายก็เนื่องจากไม่มีบังคับบัญชาชั้นผู้ใหญ่อยู่ที่นั่นด้วย มีแต่พวกชั้นผู้บังคับหมวดซึ่งเป็นนายทหารใหม่ๆ โดยมากเมื่อเห็นหลวงวีระฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับกองพันอยู่ในกรมเดียวกันมาเรียกก็ไปด้วยโดยง่าย ด้วยวิธีนี้จำนวนทหารในบริเวณพระที่นั่งอนันต์ฯ ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ จนในสุดท้ายตามกรมกองต่างๆ แทบจะไม่เหลือทหารปีที่ 2 เลย นับว่าได้รวมอำนาจทหารไว้ที่บริเวณพระที่นั่งอนันต์ฯ ได้จริงๆ ในเช้าวันนั้นเอง

ขบวนของพระประศาสน์ฯ เต็มไปด้วยนักเรียนนายร้อยที่สมัครไปด้วย พวกนักเรียนนายร้อยเป็นกำลังอันสำคัญที่สุดในวันนั้นวันที่ 24 มิถุนายน พวกนี้แสดงความยินดีปรีดาทั่วกัน และสมัครไปทุกแห่งไม่ว่าจะไปทำอะไรที่ไหน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI