
แบงก์ชาติยันหนี้เน่าเพิ่มน้อยหลังน้ำลด
ธปท.ชี้ไม่ห่วงผลสินเชื่อหดหนี้เน่าเพิ่ม จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดทั่วประเทศ เชื่อเป็นแค่ปัญหาระยะสั้น น้ำลดทุกอย่างกลับปกติ
ธปท.ชี้ไม่ห่วงผลสินเชื่อหดหนี้เน่าเพิ่ม จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดทั่วประเทศ เชื่อเป็นแค่ปัญหาระยะสั้น น้ำลดทุกอย่างกลับปกติ
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมอาจจะทำให้หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น เพราะครัวเรือนหรือกระทั่งผู้ประกอบการในภาคธุรกิจชำระหนี้ไม่ได้นั้น ธปท.เห็นว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินในทิศทางนั้น
ทั้งนี้ ธปท.มองว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เหมือนสถานการณ์การเมืองที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งสร้างผลกระทบไปทั่ว อย่างไรก็ตามในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ ธปท.ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากธนาคารมีระบบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอัตโนมัติอยู่แล้ว ซึ่งธนาคารต่างๆสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อยู่แล้ว เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ปัญหาเช่นนี้มีระบบการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นแนวปฏิบัติให้อยู่แล้ว ซึ่งทุกธนาคารก็มีแผนรองรับไว้ล่วงหน้าบ้าง จึงเชื่อว่าจะส่งผลกระทบไม่มาก
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารทุกแห่งผ่อนผันลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งยืดหนี้ ลดดอกเบี้ยยืดเวลาการชำระเงินต้นออกไปซึ่งจะไม่มีการนำเอาการผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้มาส่งเข้าบัญชีดำในบริษัทระบบข้อมูลเครดิต หรือเครดิตบูโร เพราะถือเป็นการผ่อนผันหนี้ให้เป็นกรณีพิเศษ
รองผู้ว่าการ สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวต่อไปว่า ไม่กังวลปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศจะกระทบการขยายตัวของสินเชื่อให้ชะลอลง ไม่โตตามเป้าหมายปีนี้ที่ตั้งไว้ประมาณ 89% เนื่องจากมองว่าน้ำท่วมเป็นปัจจัยสั้นๆ เนื่องจากปัญหาเพิ่งเกิดและยังไม่จบ
เรื่องหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่อาจจะเพิ่มขึ้น จากปัญหาน้ำท่วม ที่หลายคนมองว่าอาจทำให้เอ็นพีแอลสูงขึ้น เพราะครัวเรือนหรือกระทั่งผู้ประกอบการในภาคธุรกิจชำระหนี้ไม่ได้นั้น ผมคิดว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินในทิศทางนั้น แต่สิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือ น่าจะช่วยกันแก้ปัญหากันก่อนดีกว่า ซึ่งผ่านไปสักระยะปัญหาจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ ” นายเกริกกล่าว
ทั้งนี้ ธปท.มองว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เหมือนสถานการณ์การเมืองที่เคยเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ซึ่งสร้างผลกระทบไปทั่ว อย่างไรก็ตามในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ในกำกับธปท.ไมได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากธนาคารมีระบบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอัตโนมัติอยู่แล้ว ซึ่งธนาคารต่างๆสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อยู่แล้ว เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ปัญหาเช่นนี้มีระบบการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นแนวปฏิบัติให้อยู่แล้ว ซึ่งทุกธนาคารก็มีแผนรองรับไว้ล่วงหน้าบ้าง จึงเชื่อว่าจะส่งผลกระทบไม่มาก
โพสต์ทูเดย์ ธปท.พร้อมขนเงินสดจากศูนย์สุราษฎร์พังงา ชดเชยปริมารเงินที่เสียหายในสงขลา แจงประชาชนไม่ต้องห่วงเงินชำรุดจากน้ำท่วมแลกคืนได้
นางจิตติมา ดุริยะประพันธ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การประชุมภายในระหว่างสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน และสายเสถียรภาพการชำระเงินธปท.เมื่อวันที่ 3พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางดูแลประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการถอนเงิน เพราะสาขาธนาคารปิดจำนวนมากและตู้เอทีเอ็มน้ำท่วม รวมถึงแก้ปัญหาธนบัตรเปียกน้ำ ดังกล่าวว่า ในช่วงที่น้ำยังไม่ลด ต้องยอมรับว่า ประชาชนอาจจะมีปัญหาเรื่องการเบิกเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ และตู้เอทีเอ็มในพื้นที่บ้าง เพราศูนย์จัดการเงินสด ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จำเป็นต้องปิดชั่วคราว แต่คาดว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังน้ำลดการดำเนินการทุกอย่างทุกสายงานก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีการเตรียมการไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว
“ช่วงที่แบงก์ปิดสาขา คงทำให้มีปัญหาในเรื่องการกระจายเงินสด ไปยังตู้เอทีเอ็มอยู่บ้างแต่ ธปท.ก็พร้อมจะดำเนินการขนส่งเงินสด จากศูนย์ฯ ที่จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พังงา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงและมีเงินสำรองเพียงพอไปชดเชย ศูนย์ฯที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาได้ เชื่อว่าจะปริมาณเงินมีเพียงพอกับความต้องการและสามารถจัดส่งชอเชยกันได้” นางจิตติมากล่าว
นางจิตติมา กล่าวว่า ในกรณีธนบัตรเปียกน้ำหรือจมน้ำ จนชำรุดเสียหายนั้น ถ้าตากจนแห้งได้ก็น่าจะสามารถได้ตามปกติ แต่กรณีที่เปื่อยหรือชำรุดเสียหายมาก ก็สามารถนำไปแลกคืนได้เมื่อสาขาธนาคารพาณิชย์เปิด สำหรับการผลิตหรือพิพม์บัตรใหม่ชดเชยปริมาณที่เสียหายมีความพร้อมอยู่แล้วไม่มีปัญหา
ด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง และปิดสาขา ให้เร่งกู้เครื่องเอทีเอ็ม กู้เงินสดที่เปียกน้ำ รวมถึงสำรวจความเสียหายของสาขาที่น้ำท่วม และวงแผนซ่อมแซมหลังน้ำลด เพื่อให้สามารถเปิดทำการได้เร็วที่สุดไว้แล้ว เพราะถ้าปล่อยให้ธนาคารปิดนานๆอาจกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชน การค้าขาย และการท่องเที่ยวในพื้นที่
“สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ พยามดูแลให้เปิดแบงก์เปิดทำการได้เร็วที่สุดเพ่อลดความเสียหาย ซึ่งทุกแบงก์เขามีการเตรียมการไว้แล้ว แต่ช่วงที่น้ำท่วมคงทำอะไรได้ไม่มาก”นายเกริกกล่าว เชื่อว่าเมื่อน้ำลดลงสถานการณ์ก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติซึ่งในส่วนของผลกระทบยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้







