posttoday

บิ๊กตู่โชว์พกเครื่องวัดฝุ่นPM2.5 ชี้วิกฤตฝุ่นแก้ได้ทุกคนต้องร่วมมือ

05 กุมภาพันธ์ 2562

นายกฯพกเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 แนะ อย่าตื่นตระหนัก เผยสั่ง 600 โรงงานหยุดปรับปรุง วอนทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา อย่าให้ร้ายซึ่งกันและกัน

นายกฯพกเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 แนะ อย่าตื่นตระหนัก เผยสั่ง 600 โรงงานหยุดปรับปรุง วอนทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา อย่าให้ร้ายซึ่งกันและกัน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯและปริมณฑลว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้น กลาง ยาว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีการปิดโรงงานในช่วงบางเวลา หากมีความจำเป็นจริงๆ เพราะจากการตรวจโรงงานนั้น จาก 100,000 โรงงาน พบว่ามีความเสี่ยงประมาณ 1,700 โรงงาน โดยสั่งการให้หยุดปรับปรุงประมาณ 600 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ต้องใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่าการฉีดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหานั้น เป็นเรื่องตลก เพราะถือเป็นการช่วยเหลือของภาคประชาชนด้วยกัน อย่างน้อยก็สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้ ขณะที่ประชาชนจะต้องไม่เผาวัชพืชในที่โล่ง และอยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ให้ช่วยเหลือกัน เช่นการแจกจ่ายหน้ากากป้องกัน เหมือนกับที่มีการแจกจ่ายกันในเวลานี้ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือกันของคนไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เนื่องจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 - PM10 ส่วนใหญ่แล้วมาจากการใช้รถยนต์บนท้องถนน ที่มีกว่า 50% ดังนั้น จึงต้องมาดูว่าจะแก้ไขปัญหาการใช้รถยนต์บนท้องถนนได้อย่างไร โดยตั้งเป้าว่าจะต้องลดลงให้เหลือ 35% ให้ได้ ดังนั้น ต้องดูไปถึงตัวเครื่องยนต์ เช่น ไส้กรองอากาศ ระบบการใช้น้ำมัน ฯลฯ พร้อมหามาตรการช่วยเหลือ เพราะเมื่อไม่สามารถใช้รถยนต์ดีเซลมาใช้ได้แล้ว ก็ต้องหามาตรการอื่นมาทดแทน ซึ่งถ้าทุกคนร่วมมือกัน ก็จะแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ควรให้ร้ายซึ่งกันและกัน เพราะปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดมาในปีนี้ แต่ปัญหาเหล่านี้เกิดกับทุกเมืองใหญ่ๆ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากมาตรการที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สามารถลดค่าฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐานได้ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ดีเซลให้ตรวจสภาพเครื่องยนต์ ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ มีการสำรวจว่ารถยนต์ที่ใช้ตามท้องถนน ได้ติดตั้งเครื่องลดมลพิษหรือไม่ โดยได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปหาวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว เพราะบางครั้งรถยนต์มีเครื่องลดมลพิษอยู่แล้ว แต่บางคนก็ถอดออก

ส่วนการรณรงค์ให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้านั้น รัฐบาลได้ลดภาษีของรถพลังงานไฟฟ้าลงแล้ว แต่แบตเตอรี่ที่ใช้นั้นมีราคาแพง จึงต้องมีการพัฒนาต่อไปเหมือนกับหลายประเทศในอาเซียนที่เริ่มใช้กันแล้ว ซึ่งถือเป็นการเตรียมการสู่อนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่แถลงข่าว นายกฯได้พกเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ไว้ด้วย และคอยดูเป็นระยะๆ ซึ่ง นายกฯยังบอกด้วยว่า “ในห้องนี้วัดได้ประมาณ 30 แต่ให้ช่วยกันดู อย่าไปตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองและไม่ขอโทษใครทั้งนั้น เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาล จะต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งวันนี้สถานการณ์ก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ข่าวล่าสุด

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%