
ทรัมป์เผยเจรจาอิหร่านคืบหน้า แต่ขู่ถล่มซ้ำหากล้มเหลว
ทรัมป์เผยการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าและมีโอกาสบรรลุข้อตกลง แต่ย้ำหากล้มเหลว สหรัฐฯ พร้อมกลับมาโจมตีทันที ขณะโดรนโจมตีหลายประเทศตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี และมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 เดือน
พร้อมเตือนว่า หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ สหรัฐฯ จะกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอีกครั้ง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการพูดคุย และอิหร่านต้องการเจรจาเพราะถูกสหรัฐฯ โจมตีอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา
"เรากำลังเจรจากันอยู่ และเป็นการเจรจาที่ดี ผมคิดว่ามีโอกาสที่บางอย่างจะเกิดขึ้น หากสำเร็จก็เป็นเรื่องดี แต่หากไม่สำเร็จ เราก็จะกลับไปทำในสิ่งที่เราทำเมื่อสองวันก่อน" ทรัมป์กล่าว
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญของทรัมป์ หลังการทิ้งระเบิดต่อเนื่องนาน 13 คืน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเชิงบวกจากการเจรจาถูกบดบังอย่างรวดเร็ว เมื่อซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอิรัก รายงานเหตุโจมตีด้วยโดรนในวันเดียวกัน
ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า สามารถยิงสกัดโดรนที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงพื้นที่ใกล้กรุงริยาด โดยระบุว่าโดรนดังกล่าวถูกปล่อยจากอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน พร้อมสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ที่เชื่อมไปยังท่าเรือยันบูบนทะเลแดง เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียในเยเมน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า ยังคงเปิดช่องทางการทูตผ่านประเทศคนกลาง แต่ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา โดยระบุว่าเป็น "ข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น" และย้ำว่าการร้องขอในลักษณะดังกล่าว "ไม่ใช่วิถีของอิหร่าน"
ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเปิดเผยว่า เตหะรานจะระงับการโจมตีตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงรักษาการหยุดยิงตามที่ทรัมป์ประกาศไว้
อิหร่านยังยืนยันว่าตนเองยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานสำคัญของโลก แม้ว่าสหรัฐฯ จะเรียกร้องให้เปิดเสรีการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวก็ตาม
สื่อของรัฐบาลอิหร่านยังรายงานว่า กองกำลังอิหร่านได้สั่งให้เรือ 6 ลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องหันกลับ พร้อมย้ำว่าการเดินเรือจะต้องใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตน
การประกาศหยุดโจมตีของสหรัฐฯ และสัญญาณการเจรจาระหว่างสองประเทศส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงกว่า 8.2% มาอยู่ต่ำกว่า 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเพิ่งทะยานแตะระดับกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ก่อน
รายงานยังระบุว่า การตัดสินใจระงับปฏิบัติการของทรัมป์เป็นผลจากคำแนะนำของกองทัพสหรัฐฯ ที่ประเมินว่าการโจมตีได้บรรลุขีดจำกัดของเป้าหมายทางทหารแล้ว และเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านเป้าหมายและกระสุนอาวุธ
แต่ทรัมป์ปฏิเสธว่ากองทัพขาดแคลนอาวุธ พร้อมยืนยันว่ากำลังเร่งเติมคลังอาวุธที่ลดลงจากการสนับสนุนยูเครน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านเคยบรรลุกรอบการเจรจาเมื่อเดือนมิถุนายน โดยตั้งเป้าสรุปข้อตกลงภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ครอบคลุมประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและสถานะการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการตีความข้อตกลงดังกล่าว โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าต้องเปิดเสรีการเดินเรือ ขณะที่อิหร่านยืนยันสิทธิในการควบคุมและกำกับดูแลการผ่านช่องแคบ







