
มาร์คปาดเหงื่องบฉุกเฉินใช้เกินเป้า
นายกฯ สั่ง โยกงบไทยเข้มแข็ง ดึงงบเหลือจ่ายปี 52-53 กู้วิกฤติภัยน้ำท่วม ยอมรับงบกลางกรณีฉุกเฉิน ถูกนำไปใช้เกินเป้าแล้ว
นายกฯ สั่ง โยกงบไทยเข้มแข็ง ดึงงบเหลือจ่ายปี 52-53 กู้วิกฤติภัยน้ำท่วม ยอมรับงบกลางกรณีฉุกเฉิน ถูกนำไปใช้เกินเป้าแล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม. อนุมัติตามที่ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เสนอ มาตรการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งในวันนี้ได้มีการพิจารณาเห็นชอบเพิ่มเติม โดย 1. อนุมัติงบประมาณจากกรอบโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งมีมติให้แต่ละหน่วยงานกลับไปทบทวน นำมาใช้ในส่วนของการช่วยเหลือฟื้นฟูน้ำท่วม แต่จะเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้นยังไม่ได้ แต่ตอนนี้มีเงินค้างอยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง 4,00 ล้าน
2. กรณีงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2552-2553 ซึ่งพบว่า ยังมีในส่วนของงบที่ยังไม่ได้ผูกพันหรือทำสัญญาให้สำนักงบประมาณ ไปดูเพื่อปรับเป็นแผนนำมาช่วยน้ำท่วมได้หรือไม่
"เนื่องจากมีการใช้งบกลางสำรองจ่ายกรณีเพื่อการฉุกเฉินไปมาก ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้งเรื่องของการจ่ายค่าชดเชยครัวเรือน ค่าเเสียหายพืชผลทางการเกษตรก็ใกล้ 2 หมื่นล้านบาทไปแล้ว ซึ่งงบกลาง สำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินจะอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เคยมีว่าภายในเดือน หรือ 2 เดือน มีการนำงบไปใช้จ่ายเกินครึ่ง ดังนั้น จึงต้องเตรียมการด้วย กับงบปกติ ที่มีอยู่" นายกฯกล่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้งบเหลือจ่ายในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1,000 ล้านบาท , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,000 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการอีกกว่า 1,000 ล้านบาท โดยหลักการตามกฎหมายในส่วนของ พ.ร.บ. เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศณษฐกิจ จะมีกำหนดรายการที่ชัดเจนว่าเงินต้องใช้ในหมวดนั้น ห้ามใช้ข้ามหมวด หากมีการเปลี่ยนแปลงต้อองเสนอให้สภาอนุมัติอีกจึงเกรงว่าจะล่าช้า ดังนั้นจึงให้หน่วยงานต้นสังกัดจัดงบให้อยู่ในกรอบเดิมแต่ให้ปรับโครงการให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหา
คาดว่าหน่วยงานต่างๆ น่าจะใช้เวลา 3 วันที่จะเสนอต่อสำนักงบประมสน และให้สำนักงบประมาณนำเรื่องเสนอเข้าครม. ในสัปดาห์หน้า
"นายกฯ ให้ทบทวนทั้งงบประมาณปกติและงบไทยเข็มแข็ง เพื่อนำมาช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมซึ่งตอนนี้ครอบคลุมไปยังภาคใต้อีกแหล่งหนึ่งแล้ว"นายกรณ์กล่าว
ด้าน นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.รับทราบข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ที่เสนอให้ปรับวงเงินเหลือจ่ายในโครงการไทยเข้มแข็ง 19 โครงการ วงเงิน 4,235 ล้านบาท จากที่เสนอมาทั้งหมด 6,619 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น โครงการที่เกี่ยวกับสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร จำนวน 2,625 ล้านบาท แยกเป็น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมพัฒนาที่ดิน , สาขาพลังงานและสาขาขนส่ง วงเงิน 147 ล้านบาท , โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว 358 ล้านบาท , การศ฿ฏษษ 346 ล้านบาท และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อีก 19 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้สั่งการให้สำนักงบประมาณไปพิจารณาหาเงินเหลือจ่ายในปีงบประมาณก่อนที่ยังไม่มีการทำสัญญา เพื่อนำมาใช้เยียวยาช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรก
รวมทั้งได้สอบถามไปยังกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ เรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชน ให้นำโครงการบ้านมั่นคงในบางพื้นที่ เอามาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะเชื่อว่าการสร้างบ้านสร้างชุมชนให้จะดีกว่าการเยียวยาด้วยเงินหรือสิ่งของ







