
สภาถกร่างกม.อัยการเดือด
วุฒิฯถกร่างพ.ร.บ.อัยการ เดือด รสนา จวก ประสพสุข ฉวยจังหวะเข้าห้องน้ำผ่านกฎหมาย อัด อัยการไม่ทำหน้าที่หน้าที่ทนายแผ่นดิน ข้องใจทำไมต้องนั่งบอร์ดรสก.
วุฒิฯถกร่างพ.ร.บ.อัยการ เดือด รสนา จวก ประสพสุข ฉวยจังหวะเข้าห้องน้ำผ่านกฎหมาย อัด อัยการไม่ทำหน้าที่หน้าที่ทนายแผ่นดิน ข้องใจทำไมต้องนั่งบอร์ดรสก.
ที่ประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)พิจารณาวุฒิสภาเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ ปรากฏว่าการพิจารณาเรียงตามมาตราเป็นไปอย่างตึงเครียดเมื่อส.ว.หลายคนได้มีการอภิปรายถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่ผ่านมา ทำให้นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาสั่งพักประชุม
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า บทบาทของอัยการในหลายปีที่ผ่านมามีหลายกรณีที่สร้างความแคลงใจให้กับสังคม เช่น กรณีของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ถูกกล่าวหายักยอกทรัพย์ซึ่งอัยการไม่เคยสามารถให้คำตอบแก่สังคมได้อย่างชัดเจน แต่กลับปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปจนเป็นที่ลืมของสังคม นอกจากนี้ ในมาตรา 21 ของร่างพ.ร.บ.นี้ที่มีการกำหนดให้อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้นั้นก็ไม่มีการกำหนดไปเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอัยการต้องชี้แจงเหตุผลถึงการไม่สั่งฟ้องแต่กลับเลี่ยงไปว่าให้ไปกำหนดเอาไว้ในระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดแทน ซึ่งไม่แน่ใจว่าระเบียบดังกล่าวจะมีการกำหนดไว้เป็นหลักประกันให้กับสังคมหรือไม่
“นอกจากนี้อัยการยังคงไปเข้าไปเป็นบอร์ดและรับเงินเดือนในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสงสัยว่าเป็นการขัดกันของผลประโยชน์หรือไม่ จนทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้น เช่น กรณีของศาลปกครองเคยมีคำสั่งให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สั่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้กับกระทรวงการคลัง แต่ไม่ทราบจนถึงขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปบ้างหรือไม่” น.ส.รสนา กล่าว
ภายหลังจากการอภิปรายของน.ส.รสนา มีกมธ.หลายคนลุกขึ้นมาชี้แจง โดยนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานกมธ.กล่าวว่า ในเรื่องการไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจของอัยการมีเจตนารมณ์เพื่อเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของชาติ และถึงแม้ในรัฐธรรมนูญจะกำหนดข้อห้ามไม่ให้ไปมีตำแหน่งดังกล่าวก็จริง แต่ก็มีข้อยกเว้นเมื่อมีการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอัยการ ซึ่งการพิจารณาในส่วนนี้อัยการก็พิจารณาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจตามความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล
นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุด ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า ปัญหาในมาตรา 21 เป็นออกตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งก็ได้มีการกำหนดเอาไว้แล้วว่าอัยการต้องให้เหตุผลในคดีที่ตัวเองไม่สั่งฟ้อง และยืนยันว่าในระเบียบของอัยการที่ต้องออกตามมาตรา 21 จะมีบทบัญญัติให้อัยการต้องระบุเหตุผลในการไม่สั่งฟ้องแน่นอน
ต่อมา ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อน.ส.รสนา แสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมของนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพราะนายประสพสุขได้ผ่านมาตราดังกล่าวโดยไม่มีการให้ที่ประชุมลงมติในระหว่างที่น.ส.รสนา ออกจากห้องประชุมเพื่อไปเข้าห้องน้ำ โดยนายประสพสุข ได้ชี้แจงว่า เมื่อมีการสอบถามในที่ประชุมแล้วและไม่มีใครติดใจอะไรอีกก็ต้องให้การพิจารณาผ่านไปตามขั้นตอน และเมื่อผ่านมาตราดังกล่าวไปแล้วคงไปแก้ไขอะไรไม่ได้
จากตรงนี้ทำให้น.ส.รสนา แสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยกล่าวว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง เพราะในระหว่างการพิจารณากฎหมายที่มีความไม่เห็นตรงกันประธานในที่ประชุมควรจะต้องให้การพิจารณาดำเนินไปจนจบก่อนไม่ใช่ใช้จังหวะที่เข้าไปเข้าห้องน้ำและก็ผ่านมาตราดังกล่าวไป
นายประสพสุข จึงได้ตัดสินใจสั่งพักประชุมเป็นเวลา 10 นาที ซึ่งระหว่างนี้น.ส.รสนา ได้เดินเข้าไปหารือกับนายประสพสุข เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยประธานวุฒิสภาได้ประสานให้กมธ.กำหนดถ้อยคำตามที่น.ส.รสนา ร้องขอ ทำให้การประชุมวุฒิสภาเดินหน้าต่อไปได้
วุฒิฯโหวตผ่านร่างพ.ร.บ.องค์กรอัยการ76เสียง
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 76 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ....โดยจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารับทราบอีกครั้งก่อนที่จะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
ทั้งนี้ ตลอดการการอภิปรายในวาระ2 ที่เป็นการพิจารณาเรียงมาตราจำนวน 31 มาตรา ส.ว.ส่วนใหญ่ได้สอบถามถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่สร้างความแคลงใจให้กับสังคมหลายครั้ง รวมทั้งการสอบถามถึงความจำเป็นในการเข้าไปมีตำแหน่งบริหารในหน่วยงานรัฐสวิสาหกิจซึ่งเข้าข่ายการเป็นผลประโยชน์ที่ขัดกัน
น.ส.รสนา กล่าวว่า บทบาทของอัยการในหลายปีที่ผ่านมามีหลายกรณีที่สร้างความสงสัยให้กับสังคม เช่น กรณีของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ถูกกล่าวหายักยอกทรัพย์ซึ่งอัยการไม่เคยสามารถให้คำตอบแก่สังคมได้อย่างชัดเจน แต่กลับปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปจนเป็นที่ลืมของสังคม นอกจากนี้ ในมาตรา 21 ของร่างพ.ร.บ.นี้ที่มีการกำหนดให้อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้นั้นก็ไม่มีการกำหนดไปเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอัยการต้องชี้แจงเหตุผลถึงการไม่สั่งฟ้องแต่กลับเลี่ยงไปว่าให้ไปกำหนดเอาไว้ในระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดแทน ซึ่งไม่แน่ใจว่าระเบียบดังกล่าวจะมีการกำหนดไว้เป็นหลักประกันให้กับสังคมหรือไม่
“นอกจากนี้อัยการยังคงไปเข้าไปเป็นบอร์ดและรับเงินเดือนในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสงสัยว่าเป็นการขัดกันของผลประโยชน์หรือไม่ จนทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้น เช่น กรณีของศาลปกครองเคยมีคำสั่งให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สั่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้กับกระทรวงการคลัง แต่ไม่ทราบจนถึงขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปบ้างหรือไม่ จึงอยากเสนอให้กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้อัยการมีหน้าที่ในการเป็นเจ้าพนักงานในการติดตามทรัพย์สินของสาธารณะที่ต้องตกเป็นของแผ่นดินตามคำวินิจฉัยของศาล” น.ส.รสนา กล่าว
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานกมธ.กล่าวว่า การไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจของอัยการมีเจตนารมณ์เพื่อเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของชาติ และถึงแม้ในรัฐธรรมนูญจะกำหนดข้อห้ามไม่ให้ไปมีตำแหน่งดังกล่าวก็จริง แต่ก็มีข้อยกเว้นเมื่อมีการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอัยการ ซึ่งการพิจารณาในส่วนนี้อัยการก็พิจารณาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจตามความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล
นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุด ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า ปัญหาในมาตรา 21 เป็นออกตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งก็ได้มีการกำหนดเอาไว้แล้วว่าอัยการต้องให้เหตุผลในคดีที่ตัวเองไม่สั่งฟ้อง และยืนยันว่าในระเบียบของอัยการที่ต้องออกตามมาตรา 21 จะมีบทบัญญัติให้อัยการต้องระบุเหตุผลในการไม่สั่งฟ้องแน่นอน







