posttoday
น้ำมูลยังเอ่อท่วม3อำเภอสุรินทร์นาข้าวพัง1แสนไร่

น้ำมูลยังเอ่อท่วม3อำเภอสุรินทร์นาข้าวพัง1แสนไร่

01 พฤศจิกายน 2553

น้ำจากแม่น้ำมูลยังเอ่อท่วม 3 อำเภอสุรินทร์ นาข้าวกว่า 1 แสนไร่ ขณะที่ชาวนาลงน้ำลอยคอเกี่ยวข้าวหวังได้ข้าวมาขาย ท่ามกลางสายน้ำที่หนาวเย็น

น้ำจากแม่น้ำมูลยังเอ่อท่วม 3 อำเภอสุรินทร์ นาข้าวกว่า 1 แสนไร่ ขณะที่ชาวนาลงน้ำลอยคอเกี่ยวข้าวหวังได้ข้าวมาขาย ท่ามกลางสายน้ำที่หนาวเย็น

ประชาชนที่มีที่นาและบ้านเรือนอยู่ติดลำน้ำมูลจำนวน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ชุมพลบุรี ,อ.ท่าตูมและ อ. รัตนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำจากน้ำมูลที่ไหลเอ่อล้นตลิ่งขยายวางกว้างเข้าท่วมที่นาไกลจากเส้นทางลำน้ำกว่า 3 กิโลเมตร รวมใน 3 อำเภอนาข้าวได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแล้วกว่า 1 แสนไร่

น้ำมูลยังเอ่อท่วม3อำเภอสุรินทร์นาข้าวพัง1แสนไร่ แม่น้ำมูล

โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี มีประชาชนเดือดร้อนถึง 9 ตำบล รวมกว่า 50 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อนถึง 3 หมื่นคนและในหลายหมู่บ้านเส้นทางถูกตัดขาด โดยหลายหน่วยงานได้เข้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึงแล้ว จนกว่าน้ำจะลดระดับลง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์

ล่าสุดพบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ไหลแรงเท่ากับ 2 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามที่ ต.สระขุด พบว่าน้ำท่วมหนักที่สุด คือ บ้านสายสนอง,บ้านตลิ่งชัน ,บ้านงิ้ว, ที่ระดับน้ำสูงกว่า 1.30 ม. ส่วนโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมได้มีการเปิดภาคเรียนในวันนี้ (1 พ.ย.53)เป็นวันแรก ซึ่งเด็กนักเรียนไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ขณะที่ทางโรงเรียนได้ประกาศปิดโดยไม่มีกำหนดจนกว่าน้ำจะลดลงดังกล่าว

ขณะที่ อ.ท่าตูม  พื้นที่ถูกน้ำท่วม จำนวน 6 ตำบล 21 หมู่บ้านพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องได้ไหลท่วมพื้นที่นาข้าวและถนนหลายสายแล้วขณะที่ อ.รัตนบุรี มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม  จำนวน 6 ตำบล เช่นกัน ประกอบด้วยต.กุดขาคีม ต.หนองบัวทอง ต.ทับใหญ่ ต.ดอนแรด ต.น้ำเขียวและต.แก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวและระดับน้ำก็ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความร้อนจากการเคลื่อนย้ายที่พักและจัดหาที่พักและอาหารให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและยังต้องเจอสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น และมีลมพัดกรโชกแรงตลอดทั้งวันนอกจากจะประสบภัยน้ำท่วมแล้วประชาชนยังต้องประสบกับปัญหาภัยหนาวที่ตามมาอีกระลอกในขณะนี้

นางฤทธิ์ ทีงาม ชาวนาในพื้นที่บ้านโนนขวาว ต.ไพรเขลา อ.ชุมพลบุรี  หนึ่งใน เกษตรหลายหมื่นรายที่เสียหาย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาทุกครอบครัวประสบปัญหาไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังสุกเต็มที่ได้ เนื่องจากขาดแคลนแรงงานเพราะทุกครอบครัวต้องนำคนในครอบครัวมาเร่งเกี่ยวข้าวและต้องต่อสู้กับสภาพอากาศจะหนาวเย็นก่อนที่ต้นข้าวจะถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมดบางครอบครัวต้องนำบุตรหลานมาช่วยเกี่ยวข้าวที่จมน้ำ แม้กระแสน้ำจะไหลเชี่ยวและมีความลึกกว่า 1 เมตร แต่ด้วยความเสียดายผลผลิตจึงจำเป็นต้องเสี่ยง

อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถเกี่ยวข้าวขึ้นจากน้ำได้แต่เกษตรกรยังต้องประสบปัญหาขาดแคลนพื้นที่ตากข้าวเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมแทบทั้งหมดซึ่งหากข้าวเปลือกมีความชื้น พ่อค้าจะรับซื้อในราคา 9 .30 บาทเท่านั้น แต่หากตากข้าวให้แห้ง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน จะสามารถขายได้ในราคากิโลกรัมละ 11.30 บาท

ชาวราษีไศลเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม

ชาวบ้านหนองบัวดง ต.ด่าน  อ.ราศีไศล  จ.ศรีสะเกษ กว่า 100 คน ร่วมกันนำกระสอบทรายที่บรรจุใส่กระสอบเพื่อรอการถมแนวป้องกันน้ำท่วม มาวางเป็นแนวเพิ่มเติมป้องกันน้ำที่จะไหลเข้าท่วมที่นา  แต่เนื่องจากปริมาณน้ำมาก ไม่สามารถป้องกันน้ำบางส่วนได้ จึงไหลเข้าท่วมนาข้าที่กำลังจะสุก 

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อาสาป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้ร่วมกับชาวบ้าน เร่งช่วยกันเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม ซึ่งน้ำจากอำเภอสตึก ได้ไหลผ่านฝายราศีไศลวันนี้มากที่สุดในวันนี้และรักษาระดับน้ำอยู่ในปริมาณ 119.00  รทก. ม. ซึ่งได้เต็มความจุ ลำน้ำมูลมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์แล้ว นี้ไปอีก 4 วัน  

นายจำรัส  สวนจันทร์  หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ได้สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งประกาศเตือนชาวบ้านตามแนวแม่น้ำมูลและลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูลอย่างต่อเนื่อง ผลจากอุทุกภัยในครั้งนี้  สร้างความเสียหายกับไร่นาชาวบ้านในอ.ราศีไศล  อ.บึงบูรณ์  อ.ศิราลาด รวมทั้งสิ้น กว่า  10,000 ไร่ และบ้านเรือนเสียหายในพื้นที่  15  ตำบล  ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งสิ้น 9,000 ราย

เหยื่อน้ำท่วมบุรีรัมย์ภัยหนาวซ้ำเติมป่วยพุ่งกว่า50คน/วัน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ มี อ.พุทไธสง  คูเมือง  แคนดง และ อ.สตึก  จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ติดริมลำน้ำมูล   ล่าสุดน้ำยังท่วมขังบ้านเรือน และไร่นาเกษตรกร สูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึงกว่า 1 เมตร   ทั้งนี้ยังมีบ้านเรือนราษฎรที่ถูกน้ำท่วมตัดขาด 2 หมู่บ้าน  มี บ.วังปลัด  ต.บ้านแพ  อ.คูเมือง และ บ้านทับ  ต.สะแก  อ.สตึก   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่   และกำลังทหารจากจังหวัดทหารบก   ยังต้องนำเรือท้องแบนมาคอยให้ความช่วยเหลือบริการรับส่ง เข้าออกหมู่บ้านอยู่อย่างต่อเนื่อง   

ขณะนี้เดียวกันราษฎรใน 4 อำเภอดังกล่าว นอกจากจะประสบภัยน้ำท่วมแล้ว   ช่วงนี้ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นซ้ำอีก  โดยเฉพาะผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพข้าวของออกมาอาศัยและหลับนอนตามเต้นท์ริมถนน   เพราะส่วนใหญ่ยังขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว  

ที่ อ.คูเมือง ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้น บริเวณถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน บ.วังปลัด  ต.บ้านแพ  พร้อมจัดทีมแพทย์ พยาบาลมาคอยตรวจรักษาโรคต่างๆให้กับประชาชน ซึ่งช่วงนี้ก็มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม เริ่มเจ็บป่วยด้วยโรคน้ำกัดเท้า   โรคเครียด  ท้องล่วง  ตาแดง และไข้หวัดแล้ว  ประกอบกับช่วงนี้มีอากาศหนาวเย็น  ทำให้มีผู้มาตรวจรักษาสุขภาพมากถึงวันละกว่า 50 ราย  และคาดว่าหากระดับน้ำลดลงช้า  ก็จะมีชาวบ้านเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น  

กรมชลฯ มั่นใจน้ำมูล-น้ำชีสมทบเพิ่มไม่กระทบอุบลฯ

นายนิรันดร์ นาคทับทิม ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 7 กล่าวยืนยันว่า สถานการณ์น้ำที่ จ.อุบลราชธานี ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเช้าวันนี้ ลดลงจากช่วงเย็นของเมื่อวานอีกประมาณ 7 เซนติเมตร ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 7.05 เมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤตอยู่ประมาณ 1.30 เมตร ทั้งนี้ เป็นเพราะระดับน้ำมูลยอดปริมาณสูงสุดยังคงอยู่ที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และค่อยๆ เคลื่อนมาที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยปริมาณน้ำที่จะไหลมายัง จ.อุบลราชธานี แม้จะมีเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำในพื้นที่ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่า แม้น้ำก้อนนี้จะมาถึงแต่ก็ไม่ทำให้ปริมาณน้ำที่อุบลราชธานีเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้

ขณะเดียวกัน น้ำในลุ่มน้ำชีขณะนี้ปริมาณน้ำสูงสุดอยู่ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม แต่ปริมาณน้ำและการไหลลดลงมาก เหลือเพียง 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากช่วงต้นของลำน้ำบริเวณ จ.ชัยภูมิ และขอนแก่น ได้มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มเป็นจำนวนมากแล้ว ทำให้ยอดปริมาณสูงสุดของลำน้ำชีลดลงจนไม่มีผลต่อระดับน้ำที่อุบลราชธานีเช่นกัน โดยมั่นใจว่าตั้งแต่วันนี้ระดับน้ำที่สะพานเสรีประชาธิปไตยจะไม่เพิ่มขึ้นอีก และจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนเข้าสู่ภาวะปกติประมาณวันที่ 10 พ.ย.
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ล้นตลิ่งอยู่เพียงเล็กน้อย ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในชุมชนต่างๆ ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน