posttoday
เตือนพายุเข้าภาคใต้

เตือนพายุเข้าภาคใต้

01 พฤศจิกายน 2553

อุตุเตือนภัยผ่านทีวี ภาคใต้ระวังพายุเข้าคืนนี้ให้ทุกจังหวัดเตรียมการรับมือ ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นทะเลไทยสองฝั่งกำลังแรง1-3พ.ย.นี้

อุตุเตือนภัยผ่านทีวี ภาคใต้ระวังพายุเข้าคืนนี้ให้ทุกจังหวัดเตรียมการรับมือ ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นทะเลไทยสองฝั่งกำลังแรง1-3พ.ย.นี้

นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เตือนภัยพายุดีเปรสชั่นที่เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชายฝั่งทางภาคใต้ โดยระบุว่าเนื่องด้วยสภาวะอากาศในอ่าวไทยขณะนี้มีดีเปรสชั่นอยู่ในอ่าวไทย ที่ละติจูด 6.5 องศาเหนือ ละติจูด 103.5 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่ง คาดว่าจะเข้าสู่ชายฝั่งในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระหว่าง จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี คาดว่าพายุนี้จะเข้าฝั่งในคืนนี้ถึงวันพรุ่งนี้เช้า ลักษณะดังกล่าวจะทำให้ในอ่าวไทยมีคลื่นลมแรง และมีฝนตกหนักเป็นเวลาหลายวัน
      

เตือนพายุเข้าภาคใต้ ภาพประกอบข่าว

โดยพายุนี้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. แต่ในขณะนี้พายุนี้ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งแล้ว โดยมีฝนตกเมื่อคืนนี้เป็นต้นมา ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จึงขอประกาศให้ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ต้องเฝ้าระมัดระวังเรื่องของคลื่นพายุลมแรง ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ขอให้เรือต่างๆ งดจากฝั่ง

ส่วนฝนที่ตกอยู่ในภาคใต้ตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไปจนถึงนราธิวาส อาจจะก่อให้เกิดแผ่นดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันได้ ในจังหวัดตั้งแต่ชุมพรลงไป จนถึงนราธิวาส เมื่อพายุได้เคลื่อนข้ามฝั่งไปทางอันดามัน จังหวัดทางด้านตะวันตก คือฝั่งอันดามัน และทะเลอันดามัน ก็จะมีคลื่นลมแรงมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ภาคใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไป ถึงนราธิวาส ได้ระมัดระวังเรื่องของน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 1-3 พฤศจิกายนนี้ โดยต้องฟังข่าวจากทางราชการ ซึ่งจะประกาศเตือนให้ทราบเป็นระยะๆ

ทั้งนี้ เมื่อพายุดีเปรสชันลูกนี้ข้ามสู่อันดามันแล้ว อาจทำให้เกิดการก่อตัวของพายุอีกลูกหนึ่งในอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 5-6 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ขอให้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด
      
สำหรับการเตรียมตัวของพี่น้องประชาชนในการรับเหตุ จะต้องเตรียมอาหาร ของใช้ที่จำเป็น และยาประจำตัว ไว้ในที่ปลอดภัย สามารถหยิบใช้ได้โดยฉับพลัน นอกจากนี้ ต้องศึกษาวิธีการ ทิศทางในการอพยพของทางราชการไว้ด้วย โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ติดกับแนวชายฝั่งด้านอ่าวไทยในคืนนี้
      
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวย้ำด้วยว่า จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะนี้ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะออกประกาศเตือนเป็นระยะ

นาทวีวิกฤตน้ำท่วม

นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา เปิดเผยว่า ฝนตกหนักตลอด 2 วันที่ผ่านมาทำให้รพ.มีน้ำท่วมสูง1.50เมตรต้องใช้รถบรรทุก6ล้อวิ่งเข้าออก และจะเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น

ขณะนี้ได้เร่งอพยพคนไข้ประมาณ 80 คนขึ้นไปอยู่บริเวณชั้น 2 เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเป็นห่วงว่าเขื่อนกระสอบทรายกั้นน้ำรอบรพ.ซึ่งสูงประมาณ 2 เมตรจะพังทลายลงมา เพราะล่าสุดระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 20 ซม. และน้ำจะทะลักเข้าสู่ตัวอาคารทันที หากฝนตกต่อเนื่องอีก 1 วันอาจต้องปิดโรงพยาบาลชั่วคราว

สำหรับพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ขณะนี้ทุกพื้นที่ถูกน้ำท่วมเกือบทุกจุด ระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องเนื่องจากฝนยังตกหนักติดต่อกันนานหลายวันทำให้ รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

นราฯน้ำท่วมแล้ว 2 อำเภอ

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 3 วันติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก บางนราและแม่น้ำสายบุรี เริ่มมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและบางจุดเริ่มล้นตลิ่ง เป็นช่วงๆโดยเฉพาะแม่น้ำสายบุรีที่ออล้นตลิ่งได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่มริมตลิ่งบ้านสันติสุข ม.2 ต.บาตง อ.รือเสาะ ซึ่งมีราษฎรอาศัยอยู่จำนวนกว่า 100 ครัวเรือน ต่างได้รับความเดือดร้อนแล้ว เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนของราษฏรและพื้นที่การเกษตรมีปริมาณสูงโดยเฉลี่ย 70-80 ซ.ม. จนยานพาหนะขนาดใหญ่และขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

นอกจากนี้ผลพวงของภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยังส่งผลกระทบต่อย่านธุรกิจการค้าของแต่ละพื้นที่ชุมชนในครั้งนี้ด้วยจำนวนหลายแห่ง โดยเฉพาะชุมชนบ้านมะนังกาหยี ม.1 ต.มะนังตายอ อ.เมือง เจ้าของผู้ประกอบการต่างต้องพากันขนย้ายข้าวของหนีระดับน้ำที่ท่วมขังบริเวณถนนหน้าร้านค้า ซึ่งมีระดับสูงโดยเฉลี่ย 40-50 ซม. เนื่องจากเวลายานพาหนะขนาดใหญ่แล่นผ่านน้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมร้านค้าจนข้าวของได้รับความเสียหาย

แต่ถึงอย่างไรก็ตามผลพวงของภาวะฝนที่ตกลงมา ยังขยายผลทำให้ถนนสายหลักหลายสายถูกภาวะน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนสายเกียร์-สุคิริน ช่วงบริเวณ ม.2 ต.เกียร์ จะมีภาวะน้ำท่วมขังมีปริมาณสูงโดยเฉลี่ย 100-120 ซ.ม. รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านสัญจรไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ 5 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 1,250 ครัวเรือนต่างได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถที่เดินทางไปสู่โลกภายนอกได้

และในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารที่รับผิดชอบของในแต่ละพื้นที่ ต่างได้ร่วมระดมกำลังและอุปกรณ์ต่างๆรวมทั้งเรือท้องแบน เพื่อนั่งโดยสารเดินทางเข้าช่วยเหลือราษฏรในเบื้องต้นแล้ว

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน