posttoday
ผังเมืองใหม่พลิกโฉมกรุงเทพฯ ไร้รอยต่อเชื่อมปริมณฑลปี63

ผังเมืองใหม่พลิกโฉมกรุงเทพฯ ไร้รอยต่อเชื่อมปริมณฑลปี63

13 มกราคม 2562

กทม.คาดว่าร่างผังเมืองฉบับใหม่จะประกาศใช้ได้ในปี2563 โดยเน้นให้เมืองมีความกระชับแต่เชื่อมโยงกับปริมณฑลอย่างไร้รอยต่อ

กทม.คาดว่าร่างผังเมืองฉบับใหม่จะประกาศใช้ได้ในปี2563 โดยเน้นให้เมืองมีความกระชับแต่เชื่อมโยงกับปริมณฑลอย่างไร้รอยต่อ

*******************************

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

กรุงเทพฯ และปริมณฑล หากรวมพื้นที่กันแล้วถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีประชากรเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ หรือประมาณ 20 ล้านคน เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลก ทว่าปัจจุบันระยะห่างระหว่างจังหวัดประมาณ 500-1,000 เมตร ปรากฏว่าการใช้ประโยชน์จากที่ดินแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายควบคุมผังเมืองแตกต่างกัน แยกส่วนการบังคับกฎหมายจึงกลายเป็นต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างพัฒนาไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียว

แสนยากร อุ่นมีศรี รักษาการผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเปิดประชาพิจารณ์ผังเมืองกรุงเทพฯ รอบสุดท้ายในอีกไม่นานนี้จะเสนอร่างผังเมืองฉบับใหม่ให้คณะกรรมการกรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2563

โดยรูปแบบการจัดผังเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล มุ่งเน้นให้เมืองมีความกระชับแต่เชื่อมโยงกับปริมณฑลอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้สอดรับกับการขยายตัวของโครงการรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้น 12 เส้นทาง ระยะ 508 กิโลเมตร 318 สถานี สถานีรวม 39 สถานี ส่งผลให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการพัฒนาผังเมืองที่มีความเชื่อมโยงต้องทำผังเมืองรวมระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเป็นกรอบใหญ่ในการพัฒนาซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อน มุ่งเน้นยึดหลักการพัฒนาเมืองตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลที่นำมาประกอบการวางและจัดทำผังเมืองรวม มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ 2580 อาทิ ด้านประชากร คือกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประชากรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 17 ล้านคน และในปี 2580 จะเพิ่มเป็น 20 ล้านคน ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีประชากร 9 ล้านคน ในอนาคตปี 2580 เพิ่มขึ้นเป็น 9.48 ล้านคน

ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ยังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงต้องวางผังเมืองสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีจำนวน 60 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่าในปี 2580 จะเพิ่มขึ้นเป็น 115 ล้านคน

ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน นับตั้งแต่ปี 2552-2558 กรุงเทพฯ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมเพิ่มขึ้นจาก 510.42 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) และ 72.28 ตร.กม. เป็น 547.70 ตร.กม. และ 90.67 ตร.กม. ส่วนการใช้สอยประโยชน์ที่ดินประเภทเกษตรกรรมและพื้นที่ว่างลดลงจาก 453.09 ตร.กม. และ 398.53 ตร.กม. เป็น 429.94 ตร.กม. และ 365.82 ตร.กม.

แสนยากร กล่าวอีกว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มีแนวโน้มการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเปลี่ยนจากบ้านเดี่ยว บ้านแฝด เรือแถว และตึกแถว เป็นอาคารชุดพักอาศัย และอาคารพาณิชย์สำนักงานขนาดใหญ่ตามแนวสายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ดังนั้นในร่างผังเมืองฉบับใหม่ จึงมีการปรับสาระสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน โดยปรับระดับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมือง คือ พื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (พื้นที่สีเหลือง) และพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) จะปรับการใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) หรือพื้นที่หนาแน่นมาก (สีน้ำตาล)

ส่วนพื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น พื้นที่ย่านฝั่งธนบุรี ปรับจากพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง อาทิ สวนหลวง บางกะปิ คันนายาว บึงกุ่ม ลาดพร้าว วังทองหลาง และที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากย่านใจกลางเมืองพัฒนาเป็นพาณิชยกรรม เช่น เขตพระนคร ป้อมปราบฯ เดิมเป็นสีน้ำตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขตวัฒนาจากสีน้ำตาลปรับเป็นสีแดงตามลำดับ

อนึ่ง ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเหลือง บริเวณฝั่งตะวันออกของ กทม. บริเวณพื้นที่เขตสวนหลวง เปลี่ยนจากพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก และเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและสีม่วงบริเวณฝั่งตะวันตกของ กทม. บริเวณเขตราษฎร์บูรณะ เขตจอมทอง และเขตบางขุนเทียน จากพื้นที่เกษตรกรรม เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย และที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

“หัวใจสำคัญของผังเมืองฉบับใหม่อยู่ที่ระบบราง จึงทำให้เรื่องของผังเมืองต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย โดยคำนึงถึงศักยภาพบนพื้นฐานของการกระชับเมืองให้ครบครันในทุกด้าน เช่น คมนาคมและขนส่ง สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค สาธารณูปการ รวมถึงด้านกฎหมายและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก” แสนยากร กล่าว

ข่าวล่าสุด

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ