posttoday
น้ำท่วม...สิ้นหวัง ของผู้ประสบภัยน้ำท่วม

น้ำท่วม...สิ้นหวัง ของผู้ประสบภัยน้ำท่วม

29 ตุลาคม 2553

โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

น้ำท่วม...สิ้นหวัง ของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาพประกอบข่าว

หลายครอบครัวภายในชุมชนชัยมงคล หมู่ที่ 14 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา  ทั้งเด็กเล็ก หนุ่มสาว คนชรา ต้องช่วยกันเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ของตนเองอย่างชุลมุน ภายหลังจากน้ำที่ท่วมขังมานานกว่า 1 สัปดาห์ ได้ลดระดับแห้งลงจนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ อย่างเช่นครอบครัวของนางสายสุนีย์ รัตนตระกูลเดชา อายุ 66 ปี ก็ต้องระดมสมาชิกภายในบ้านและลูกจ้าง เกือบ 10 ชีวิต ช่วยกันทำความสะอาดร้านโชห่วย รวมถึงสินค้าต่างๆที่จมอยู่ใต้น้ำนานถึง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 - 23 ต.ค.2553 ที่ผ่านมา

นางสายสุนีย์ บอกว่า ในระยะเวลากว่า 30 ปี ที่เปิดร้านอยู่ในชุมชนนี้ ถึงแม้จะเคยเกิดน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นแอ่งกระทะต่ำที่สุดของอำเภอปักธงชัย แต่ครั้งนี้ถือเป็นเหตุน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุด เพราะถึงแม้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็วและสูงเกินระดับ 2 เมตร ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านหลายอย่าง รวมถึงสินค้าที่เก็บไว้ภายในร้านได้รับความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าความเสียหายเหล่านี้จะได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐบ้างหรือไม่

“เข้าใจดีว่าหน่วยงานภาครัฐได้ให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และพอใจกับความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว แต่ก็หวังว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะได้รับการเยียวยาบ้างในบางส่วน”นางสนีย์ กล่าวด้วยความหวัง

ขณะเดียวกันทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ อ.ปักธงชัย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ทั้งฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา , ทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย พร้อมด้วยรถบรรทุกขยะ เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์การกู้ซากความเสียหาย ที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยเฉพาะขยะจำนวนมหาศาล ซึ่งทางเทศบาลตำบลเมืองปัก ต้องนำรถตักดิน 3 คัน มายกขยะที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ช่วยกันทำความสะอาดและนำมารวมไว้ ใส่รถบรรทุกสิบล้อ 5 คัน เพื่อนำไปทิ้งในบ่อขยะของเทศบาลฯ ในพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จนทำให้ขณะนี้ปริมาณขยะเริ่มที่จะเต็มพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลตำบลเมืองปัก กำลังเร่งหาจุดทิ้งขยะแห่งใหม่รวมถึงเร่งกำจัดขยะจำนวนมหาศาลอย่างเร่งด่วนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดออกมา

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่เทศบาลตำบลเมืองปักที่มีอยู่ 13 หมู่บ้าน นายจักริน ตัณติประภา รองนายกเทศบาลตำบลเมืองปัก เปิดเผยว่า เขตเทศบาลตำบลเมืองปัก ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยถึง 12 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 13 หมู่บ้าน ระบบสาธารณูปโภค สาธารณะประโยชน์ บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้การฟื้นฟูยังอยู่ในขั้นของการเก็บกวาดซากความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งคาดว่าเฉพาะการเก็บกวาดซากต่างๆจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในส่วนของการฟื้นฟูระบบต่างๆทั้งถนน สิ่งปลูกสร้างสาธารณะ จะต้องใช้เวลานานนับปีเลยทีเดียว

นอกจากความเสียหายในย่านธุรกิจของอำเภอปักธงชัยแล้ว พื้นที่รอบนอกที่ได้รับความเสียหายยังมีอยู่อีกกว่า 10 ตำบล โดยเฉพาะนาข้าวที่อยู่ติดกับล้ำน้ำลำพระเพลิงกว่า 10,000 ไร่ ที่กำลังตั้งท้องเตรียมที่จะให้ผลผลิต ถูกน้ำบ่าเข้าท่วมนานกว่า 1 สัปดาห์ทำให้ผลผลิตเสียหายทั้งหมด อย่างเช่นที่นาข้าวหอมดงของนายสามารถ ผังฉิมพลี อายุ 67 ปี จำนวน 4 ไร่ ในพื้นที่บ้านน้อย หมู่ที่ 2 ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย ซึ่งนายสามารถต้องใช้เงินลงทุนไปกว่า 10,000 บาท และมองเห็นเงินความเหนื่อยที่จะได้รับจากผลผลิตอีกไม่ถึงเดือน มาวันนี้ทั้งหมดจมไปกับกระแสน้ำ  โดยนายสามารถฯ หวังว่าทางรัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อให้ตนเองพอได้เงินทุนมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง 

ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการประเมินพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยไว้เบื้องต้นประมาณ 1.7 ล้านไร่ และขณะนี้ได้ประกาศแจ้งเกษตรกร ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ให้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน /กำนัน/ สมาชิก อบต. เพื่อรายงานความเสียหายให้เกษตรตำบลทราบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ อยู่ระหว่างการเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตร เพื่อเตรียมเยียวยาหลังสถานการณ์น้ำลด ส่วนมาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมนั้นมีระเบียบกำหนด ไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

การช่วยเหลือจะพิจารณาตามสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง สำหรับนาข้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหายจากอุทุกภัยอย่างสิ้นเชิง จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายไร่ละ 606 บาท มันสำปะหลังหรือพืชไร่ ได้รับเงินชดเชยไร่ละ 837 บาท พืชสวนไม้ผลพืชผักและอื่น ๆ ได้รับเงินชดเชยไร่ละ 912 บาท คาดว่า อีกสักระยะจะสามารถสรุปความเสียหายและเข้าเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบได้

 


 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI