
จับมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นศิษย์เก่า เดินสายหลอกเงินครูเกษียณ
ตำรวจตามจับกุมหนุ่มอ้างตัวเป็นศิษย์เก่ากำลังจะบวช ตระเวนหลอกเงินครูเกษียณอายุ พบลวงเงินไปกว่า 20ราย ได้เงินคราวละ500-20,000บาท สารภาพเสิร์ชหาชื่อจากกูเกิล
ตำรวจตามจับกุมหนุ่มอ้างตัวเป็นศิษย์เก่ากำลังจะบวช ตระเวนหลอกเงินครูเกษียณอายุ พบลวงเงินไปกว่า 20ราย ได้เงินคราวละ500-20,000บาท สารภาพเสิร์ชหาชื่อจากกูเกิล
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ สน.หลักสอง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น.พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.หลักสอง และ พ.ต.ท.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง ร่วมจับกุม นายชุติศรณ์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หลังมีพฤติกรรมหลอกลวงเงินจากข้าราชการครูและครูเกษียณอายุราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายสิบรายก่อนหลบหนีไปกบดานที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากในห้วงเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจมีการรับแจ้งความคดีคนร้ายชายอายุราว 30-35 ปี แต่งกายดี สวมแว่น แอบอ้างตัวเป็นแพทย์โรงพยาบาลชื่อดัง เข้าไปขอขมาลาบวชผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นครูตามโรงเรียน และเป็นครูเกษียณอายุราชการตามบ้านพัก โดยคนร้ายอ้างว่าเป็นอดีตลูกศิษย์ที่เคยศึกษาวิชาจากครู และมีพฤติกรรมหลอกเอาเงินช่วยทำบุญจากบรรดาคุณครูไปเป็นจำนวนมาก ขณะนี้รวบรวมข้อมูลได้ประมาณ 30 ราย ส่วนใหญ่เหตุเกิดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
ต่อมาทางฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง ซึ่งเป็นท้องที่หนึ่งซึ่งมีผู้เสียหายอยู่ในความรับผิดชอบ สืบทราบว่า นายชุติศรณ์ เป็นผู้ต้องหารายนี้ และหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร จึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการขออนุมัติหมายศาลติดตามไปจับกุมตัว นายชุติศรณ์ เอาไว้ได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายชุติศรณ์ ยอมรับว่า อดีตเคยเป็นพนักงานเวรเข็นเปลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางบอน แต่ลาออกมานานแล้ว ปัจจุบันไม่ได้ทำงานอะไรแต่ติดเที่ยวเตร่ใช้ชีวิตสุขสบาย จึงร่วมมือกับเพื่อนชาย ทำการสืบค้นหาข้อมูลคุณครูทั้งที่ยังรับราชการและเกษียณอายุราชการไปแล้วจากในกูเกิลโดยเน้นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและใกล้เคียงกันเป็นหลัก จากนั้นจะติดตามไปหาเหยื่อที่โรงเรียนหรือที่บ้านพักเพื่ออ้างตัวเป็นศิษย์เก่า และกำลังจะเข้าพิธีอุปสมบท พร้อมขอเงินร่วมทำบุญจากเหยื่อ ทำสำเร็จมามากกว่า 20 ราย ได้เงินคราวละ 500-20,000 บาท บางรายไหวตัวทันก็ไม่ได้ให้เงินมา จากนั้นตนก็นำเงินไปใช้จ่ายเที่ยวเตร่กับเพื่อนชายตามสถานบันเทิงต่างๆ โดยหลังถูกจับกุมตนอยากกราบขอโทษผู้เสียหายทุกรายผ่านสื่อมวลชน ขอให้อโหสิกรรมให้ตนด้วย
ด้าน พ.ต.อ.อนุรักษ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน นายชุติศรณ์ ให้การยอมรับสารภาพและให้ความร่วมมือกับตำรวจมากพอสมควร หลังจากนี้ รรท.ผบช.น.สั่งการให้คัดค้านการให้ประกันตัว พร้อมติดต่อผู้เสียหายท้องที่อื่นๆ ให้มาอายัดตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมโดยเร็ว ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง จะส่งตัว นายชุติศรณ์ ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีในช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ย.นี้ มีเวลาอีก 48 ชั่วโมงที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด
สำหรับ เพื่อนชายของ นายชุติศรณ์ ที่มีส่วนร่วมสืบค้นรายชื่อเหยื่อในอินเทอร์เน็ตนั้น จะเรียกเข้ามาสอบปากคำหากพบพฤติกรรมทำผิดเชื่อมโยงกันจะดำเนินการแจ้งข้อหาด้วยต่อไป







