posttoday
น้ำท่วมสต็อกข้าว

น้ำท่วมสต็อกข้าว

26 ตุลาคม 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

เมื่อผมยังเป็นเด็กก็หลายสิบปีมาแล้วละครับ ของขวัญวันเด็กที่ถูกใจที่สุดคือ กระปุกออมสิน ที่ธนาคารออมสินทำขึ้นมาแจกวันเด็ก ยุคที่ธนาคารยังเป็นการดำเนินกิจการตามพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงสถาปนาธนาคารนี้ขึ้นมา เพราะทรงเห็นคุณประโยชน์ของการออมทรัพย์เพื่อให้ประชาชนรู้จักการประหยัดเก็บออม

โตขึ้นมาหน่อยถูกสอนให้ท่องจำว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน ที่เอาเรื่องนี้มาเล่า เพราะหนึ่งเริ่มแก่ ชอบที่จะพูดถึงอดีต กับสองลูกน้องบ่นให้ฟังว่า หลานชายคนโปรดทำมือถือตกน้ำ เผอิญเจ้ามือถือนี้คงเป็นมือถือตระกูลไอทั้งหลาย ราคาจึงแพง 2 หมื่นกว่าบาท คือแพงกว่ามือถือที่ผมใช้ทำมาหากินอยู่ทุกวันนี้ 3 เท่า และกำลังรบเร้าให้พ่อแม่ซื้อให้ใหม่ตามความจำเป็นของลูกบังเกิดเกล้ายุคใหม่ เลยฉุกใจได้คิดว่า ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่ขาดแคลนเงินออมแล้ว แต่อยู่ในประเทศที่กำลังโชติช่วงชัชวาล มีเงินทองใช้สอยไม่จำกัด ถ้าไม่มีก็กู้ เด็กโง่ที่ไหนจะสนใจเก็บเงินกับกระปุกออมสิน

เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพียงแค่อยากฝากให้คิดว่า ถ้าปล่อยให้คนไทยรุ่นใหม่เป็นนักบริโภคนิยมกันทั้งประเทศ อนาคตของประเทศนี้จะเป็นอย่างไร ในยามที่เกิดภัยธรรมชาติ ผมว่าเงินออมเท่านั้นแหละครับที่จะช่วยได้ ส่วนหนี้สินจะช่วยท่วมให้ท่านตายสนิทยิ่งขึ้นเมื่อน้ำลดแล้ว

ที่เขียนอย่างนี้ไม่หมายรวมถึงเกษตรกรและคนยากจนที่รายได้ไม่พอยาไส้นะครับ เพราะถ้ารายได้ไม่พอกินคงไม่ต้องพูดเรื่องเหลือเก็บ แค่ถ้าใครมีรายได้พอเหลือ แต่ไม่ยอมเก็บ ไปก่อหนี้เพิ่มคิดผิดคิดใหม่ได้ เพราะก่อหนี้ไม่ยากครับสมัยนี้ใครๆ ก็อยากให้เราเป็นหนี้ แต่ใช้หนี้ซิครับเป็นเรื่องใหญ่ การก่อหนี้ใช้เวลาเพียง 23 วันก็ได้หนี้แล้ว แต่เวลาใช้หนี้ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือหลายๆ ปี หรือตลอดชีวิตถึงจะใช้หนี้หมด

ลึกๆ ผมโทษสุนทรภู่ที่ท่านแต่งกลอนไว้ตอนหนึ่งว่า “อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์” เพราะดูเหมือนว่าคนสมัยนี้จะจำได้แค่นี้ ส่วนวรรคสุดท้ายที่บอกว่า “อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน” ดูเหมือนไม่มีใครจะจำได้

ประเทศไทยเรานี้มีความโชคดีในความโชคร้ายถูกน้ำท่วมอยู่อย่างหนึ่ง คือเรื่องของอาหารโดยเฉพาะข้าว

อุทกภัยครั้งนี้ทำให้ผลผลิตข้าวทั่วโลก ทั้งจีน เวียดนาม พม่า กัมพูชา ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ ได้รับความเสียหายกันถ้วนหน้า ส่วนไทยเองหนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน เพราะพื้นที่ปลูกข้าวหลักๆ ของประเทศทั้งในภาคกลาง เช่น แถวพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ฯลฯ ตลอดถึงภาคอีสานแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิชั้นดี ล้วนแล้วแต่ได้รับความเสียหาย

ที่ผมว่าโชคดีในความโชคร้าย คือ เผอิญรัฐบาลไทยมีข้าวถืออยู่ในมือขณะนี้ไม่ต่ำกว่า34 ล้านตัน เพียงพอให้คนไทยได้กินข้าวราคาถูกต่อไปได้อีกอย่างน้อย 23 ปี ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องสั่งข้าวจากใครเข้ามาให้คนไทยกิน ถ้าไม่รีบขายให้หมด

ผมว่าหลังอุทกภัยครั้งนี้ ไทยน่าจะรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศไม่ทัน เมื่อผลผลิตในประเทศอื่นได้รับความเสียหาย

ถามว่าข้าวจำนวนนี้มาจากไหน ก็ต้องตอบครับว่า ไม่ได้เกิดจากการวางแผนเก็บข้าวไว้สำรองเพื่อการบริโภคของประชาชนที่เรียกว่า “Food Safety Stock” เหมือนในบางประเทศ หรือการเก็บตุนไว้เพื่อเก็งกำไรเหมือนที่พวกพ่อค้าสินค้าโภคภัณฑ์ชอบทำหรอกครับ แต่เป็นข้าวที่รัฐบาลรับจำนำไว้ในอดีต แล้วเก็บไว้ในโกดังที่รัฐบาลจ้างให้เก็บข้าวไงครับ

ข้าวจำนวนนั้นเป็นปัญหาที่ขบไม่แตกมานานว่าจะทำอย่างไร เวลาจะขายจะมีข้าวฉาวโฉ่เสี่ยงกับการทุจริต ครั้นไม่ขายก็กล่าวกันว่าข้าวจะเสื่อมคุณภาพ ครั้นจะขายก็จะทำให้ข้าวราคาตก ชาวนาขาดทุนเดือดร้อน ครั้นไม่ขายก็ไม่มีที่จะเก็บข้าวใหม่ที่กำลังจะออก และรัฐบาลต้องรับซื้อเพื่อพยุงราคา ถ้าอยู่ในระบบการประกันรายได้ของเกษตรกร หรือรับจำนำเพื่อพยุงราคาเช่นในอดีต ทำให้ข้าวราคาตก ชาวนาเดือดร้อนอีกเหมือนกัน

เที่ยวนี้เป็นโอกาสที่ดีฟ้าประทานแล้วละครับ ที่จะจัดการกับจำนวนสต๊อกข้าวเจ้าปัญหาเสียที แล้วเมื่อเห็นกับเกษตรกรที่เดือดร้อนทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่ช่วยกันบริหารจัดการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อทำให้เกษตรกรขายข้าวได้ราคาดีมีเงินไปใช้หนี้ที่ต้องกู้มาปลูกข้าวแทนข้าวที่ถูกน้ำท่วมไปเที่ยวนี้

น้ำท่วมครั้งนี้จะให้บทเรียนกับรัฐเหมือนกันนะครับว่า ถึงแม้คนไทยกับการทำนาปลูกข้าวเป็นของคู่กัน แต่คราวหน้าถ้าไม่มีข้าวที่รับจำนำไว้เป็น Safety Stock เวลาเกิดภัยธรรมชาติก็อาจต้องสั่งข้าวคนอื่นกินเหมือนกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน