posttoday
น้ำท่วม-บาทแข็งพัดเศรษฐกิจหด 1%

น้ำท่วม-บาทแข็งพัดเศรษฐกิจหด 1%

25 ตุลาคม 2553

ฉับพลันที่น้ำเหนือไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและตัวเมืองในหลายจังหวัด

ฉับพลันที่น้ำเหนือไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและตัวเมืองในหลายจังหวัด

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ฉับพลันที่น้ำเหนือไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและตัวเมืองในหลายจังหวัด ก็ทำให้เกิดปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจในพริบตา เพราะสินค้าเกษตรที่ชาวบ้านปลูกไว้ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายทั้งหมด

 

น้ำท่วม-บาทแข็งพัดเศรษฐกิจหด 1%

แค่เพียงตลาดไท ซึ่งเป็นตลาดขายส่งเพียงแห่งเดียวของ กทม. ก็บอกว่าสินค้าเกษตรหายไปประมาณ 20% ส่วนราคาปรับขึ้นแล้ว 15%

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ พบว่าพื้นที่ประสบอุทกภัยมีทั้งสิ้น 11 จังหวัด อาทิ นครสวรรค์ นครราชสีมา ชัยภูมิ เป็นต้น คาดเกษตรกรจะได้รับความเสียหายกว่า 8 หมื่นราย และพื้นที่โดยรวมทั่วประเทศที่ได้รับความเสียหายกว่า 1 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 7 แสนไร่ พืชไร่กว่า 1 แสนไร่ พืชสวนและอื่นๆ กว่า 2 แสนไร่

สุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมโดยภาพรวมขณะนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยไม่ได้ ร้านค้าห้างสรรพสินค้า รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจหลายแห่งใน จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คาดมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,000 ล้านบาท และจะส่งผลกระทบไปทั่วทั้งภาคอีสาน เนื่องจาก จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาค ทำให้การผลิตสินค้า การขนส่งต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อจีดีพีของ จ.นครราชสีมา มากกว่า 50%

แต่ทางหอการค้าไทย ประเมินว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาท รองลงมาคือ ทรัพย์สินราชการ อาทิ ถนนหนทาง กว่า 2,000 ล้านบาท และภาคการบริการและท่องเที่ยวกว่า 1,200 ล้านบาท รวมแล้ว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเมินว่าความเสียหายที่จะได้รับจากการนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ความเสียหายจากน้ำท่วมนั้น ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า หากรวมการที่ภาครัฐจะต้องใช้เงินงบประมาณชดเชยและแก้ปัญหา รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ก็คาดว่ามูลค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 12 หมื่นล้านบาท

อภิชาต จงสกุล เลขาธิการสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้ง โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดและน้ำท่วมปีนี้ อาจส่งผลให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภาคเกษตรของไทยอาจไม่ขยายตัวเลย หรือขยายตัวเป็น 0% ลดจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 3%

ซึ่งจะกระทบต่ออัตราจีดีพีของไทยในปีนี้ราว 0.2%

หากคิดเป็นอัตราความเสียหายทางเศรษฐกิจเท่านี้ก็ไม่น่าจะมากนัก แต่หากนำเอาความเสียหายจากน้ำท่วมไปรวมผสมกับการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาถึง 10% ตั้งแต่ต้นปี

การส่งออกที่เป็นพระเอกดันให้เศรษฐกิจในปีนี้เติบโตได้ 7.58% ก็อาจจะเติบโตไม่ถึง เพราะทางฝั่งเอกชนประเมินกันว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงราว 0.50.7%

เมื่อรวมผลกระทบจากน้ำท่วมและค่าเงินบาทแข็งค่าแล้ว เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจจะหดตัวลงไปได้เกือบ 1%

ผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น เป็นปัญหาระยะสั้น แต่เกิดขึ้นซ้ำซากและอยู่แต่ในพื้นที่เดิมๆ ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยการสร้างระบบชลประทานในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากภาคดังกล่าวไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ หากรัฐเร่งช่วยเหลือ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ในอนาคต ภาคเกษตรกรเองก็จะได้ประโยชน์

แต่ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า เป็นผลกระทบระยะยาว ที่ทางเอกชนมีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่าหากรัฐบาลยังปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งค่ายืดเยื้อไปอีก 23 เดือน อาจจะเกิดวิกฤตถึงขั้นปิดโรงงานได้

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินการของรัฐบาลต่อไปคงจะมีการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าจะเสียหาย 1 หมื่นล้านบาท หรือมากกว่า ส่วนกระทบจีดีพีเท่าไรนั้นจะประเมินอีกครั้งหนึ่ง ส่วนพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้วได้ให้มีการสำรวจอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร

อย่างไรก็ดี แม้น้ำท่วมจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประชาชนรากหญ้า แต่หลังจากที่ทำให้เศรษฐกิจหดตัวแล้ว ในปีหน้าการที่น้ำท่วมจะไปช่วยดันให้การบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมบ้าน

นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อของใช้ในบ้านที่ลอยน้ำหายไปหรือใช้การไม่ได้ ซึ่งจะดันให้ปริมาณการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลจะเป็นผู้มีบทบาทสูงในการที่จะใช้จ่ายเงินในประเทศ
         
          ส่วนในการประชุม ครม.วันที่ 26 ต.ค.นี้ ก็จะมีการอนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติม แต่คงไม่ใช่เป็นลักษณะวงเงินงบประมาณที่จะดูปัญหาเฉพาะ แต่จะดูการเรื่องเกณฑ์การชดเชย ซึ่งจะมีการผ่อนคลายทั้งหมด โดยประเมินตัวเลขความเสียหายทั้งหมด และกำหนดวงเงินคร่าวๆไม่ได้ เพราะการสำรวจความเสียหายบางพื้นที่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย

ม.หอการค้าประเมินความเสียหายจากภัยน้ำท่วม คาดมีพื้นที่การเกษตรสูญเสียกว่า 1 ล้านไร่ ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน มูลค่าความเสียหายรวมงบประมาณที่รัฐต้องใช้กว่า 1 หมื่นล้านบาท
  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรเศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการ ค้าไทยประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและทางราชการราว 8 พัน ถึง 1 หมื่นล้านบาท หากรวมการที่ภาครัฐจะต้องใช้เงินงบประมาณชดเชยและแก้ปัญหา รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ก็คาดว่า มูลค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 12 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ราว 0.2 %

  ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร พบว่า พื้นที่ประสบอุทกภัยมีทั้งสิ้น 11 จังหวัด อาทิ นครสวรรค์ นครราชสีมา ชัยภูมิ เป็นต้น คาด เกษตรกรจะได้รับความเสียหายกว่า 8 หมื่นราย และพื้นที่โดยรวมทั่วประเทศที่ได้รับความเสียหายกว่า 1 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 7 แสนไร่ พืชไร่กว่า 1 แสนไร่ พืชสวนและอื่นๆ กว่า 2แสนไร่

          "ความเสียหายที่เกิดขึ้น กระทบต่อภาคเกษรตรกรรม พืชไร่,พืชสวน,ปศุสัตว์ เป็นมูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาท รองลงมาคือ ทรัพย์สินราชการ อาทิ ถนนหนทาง กว่า 2,000 ล้านบาท และภาคการบริการและท่องเที่ยวกว่า 1,200 ล้านบาท"

          นายธนวรรธ์กล่าวอีกว่า น้ำท่วมแม้จะเป็นปัญหาในระยะสั้น แต่เกิดขึ้นซ้ำซากและอยู่แต่ในพื้นที่เดิมๆ ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยการสร้างระบบชลประทานในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากภาคดังกล่าวไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ หากรัฐเร่งช่วยเหลือ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ในอนาคต ภาคเกษตรกรเองก็จะได้ประโยชน์จบ

  ม.หอการค้าไทย ระบุเงินบาทแข็งค่า ฉุดเศรษฐกิจไทยปีนี้ทรุด 0.50.7% แต่ได้อานิสงส์ส่งออกโต ดันจีดีพีปีนี้โตได้ 77.5% จี้รัฐเร่งแก้ค่าเงิน หากยังปล่อยยืดเยื้อ ผู้ประกอบการจะอยู่ต่อได้อีก 23 เดือน จากนั้นวิกฤตถึงขั้นปิดโรงงานแน่ แถมลามปี 54 คาดจีดีพีโตได้แค่ 34% เท่านั้น ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมแม้เสียหายเฉียดหมื่นล้าน แต่จะกระทบจีดีพีแค่ 0.08%

          นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบของค่าเงินบาท และน้ำท่วม ที่มีต่อเศรษฐกิจไทยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นปี มีผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยแล้ว 0.50.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ยังมีแรงหนุนจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวในอัตราสูง ทำให้ปีนี้เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 77.5% ตามที่ศูนย์ฯ คาดการณ์ไว้ แต่ใกล้เคียงกับ 7% มากกว่า

          “เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แม้จะเริ่มมีผลกระทบต่อภาคการส่งออก แต่ปีนี้ยังเชื่อว่า จะเติบโตได้ 2025% เพราะผู้ส่งออกมียอดคำสั่งซื้อแล้วจนถึงสิ้นปี และไม่ลดลงมากนัก แต่รายได้จากการส่งออกเมื่อทอนเป็นเงินบาทลดลงมาก ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกขาดสภาพคล่อง ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจในประเทศรับรู้ว่า กำลังซื้อในประเทศ และยอดขายสินค้าลดลง ส่งผลให้ภาคธุรกิจขาดทุนอย่างมาก ดังนั้น หากค่าเงินบาทยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถยืนอยู่ได้อีกเพียง 23 เดือนเท่านั้น” นายธนวรรธน์กล่าว

          ทั้งนี้ หากในไตรมาส 4 ปัญหาเงินบาทแข็งค่ายังไม่ได้รับการแก้ไข จะเห็นภาพผู้ประกอบการแต่ละรายหยุดรับคนงานเพิ่ม ลดค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) ปลดพนักงานออก และปิดโรงงานในที่สุด ดังนั้น ในปี 2554 พนักงานที่ยังมีงานทำ จะไม่มีโบนัส และไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้คาดว่า ในปี 2554 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ประมาณ 34% เท่านั้น แม้ธนาคารโลกจะคาดว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะโตได้ถึง 7.2%

          “ต้องการให้รัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลค่าเงินบาท เพราะมาตรการที่ออกไปก่อนหน้านี้ยังไม่เพียงพอที่จะชะลอการแข็งค่าของค่าเงินได้ แต่ต้องขอชมธปท.ที่สามารถทำให้ค่าเงินหยุดการแข็งค่าอยู่ที่ไม่เกิน 29.8 บาท/เหรียญสหรัฐ”

 นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้ง โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดและน้ำท่วมปีนี้ อาจส่งผลให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภาคเกษตรของไทยอาจไม่ขยายตัวเลยหรือขยายตัวเป็น 0% ลดจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 3%

 ปิดท้าย ไปดูตัวเลขหนี้สาธารณะเดือน ก.ค.53 "จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล" ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ออกมาแจ้งข่าว บอกหนี้ของประเทศเทียบเดือนก่อนหน้า ยังคงพุ่งเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดหนี้อยู่ที่ระดับ 4,251,639 ล้านบาท คิดเป็น 42.51% ของจีดีพี ถือว่ายังสูง ลองคิดดูถ้ารัฐบาลหรือแบงก์ชาติแทรกแซงไม่ให้บาทแข็งตามใจผู้ส่งออก หนี้คนไทยไม่ยิ่งบาน! "ผู้ส่งออกว่าไง??!!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน