
สอบ7ผู้ต้องหาเอี่ยว "ผู้การสุทิพย์" อมเงินตร. พบ6คนเป็นข้าราชการสังกัดยธ.
ตร.ภาค4 ให้ประกันตัว 7 ผู้ต้องหาร่วมทีม "ผู้การสุทิพย์" อมเงินตำรวจ จ.เลย พบเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม 6 คน
ตร.ภาค4 ให้ประกันตัว 7 ผู้ต้องหาร่วมทีม "ผู้การสุทิพย์" อมเงินตำรวจ จ.เลย พบเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม 6 คน
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนร่วม บช.ภ.4 และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการ กับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ที่ถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงตำรวจจำนวน 192 นาย ใน ภ.จว.เลย เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ
พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัวและรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 6 คน ยืนยันว่าเป็นข้าราชการระดับสูงในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และ 1 คน เป็นนักธุรกิจในพื้นที่ โดยในการสอบปากคำนั้นคำให้การต่างๆไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะกระทบกับสำนวนของการสอบสวน และขณะนี้พนักงานสอบสนได้ให้ประกันตัวไปแล้ว
"ข้าราชการทั้ง 6 คน ยืนยันว่ายังคงรับราชการอยู่แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดเพราะจะกระทบกับสำนวนในการสอบสวน โดยทั้งหมด 6 คนนั้นได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวไปแล้ว และ นักธุรกิจอีก 1 คนนั้นได้ใช้หลักทรัพย์ประกันตัวไปแล้วเช่นกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกันกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ และผู้ต้องหาอีก 3 คนไปก่อนหน้านี้คือร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ทำให้ขณะนี้ผู้ต้องหาที่ถูก บช.ภ.4 ดำเนินคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ และการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยนั้นมีทั้งหมด 11 คน และยังคงมีผู้ต้องหาอื่นๆอีกเพิ่มเติมซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป"
พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้เราทำงานร่วมกับกับ ปปง.ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่มาของเงิน เพราะเส้นทางการเงินเมื่อตรวจสอบแล้วจะพบว่าได้มาจากใคร ถ่ายโอนให้ใคร หรือส่งมอบให้ใคร ทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะการโอนเงินในยอดสูงๆถ้าตอบไม่ได้ก็ถูกยึดอายัดไว้ ซึ่ง ปปง.ได้ส่งคณะทำงานมาร่วมดำเนินคดีในเรื่องนี้ด้วย อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการตั้งทีมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนมาทำงานร่วมกันกับ บช.ภ.4 ทำให้ความคืบหน้าทางคดีนี้นั้นมีความคืบหน้าอย่างมาก
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ แต่กระบวนการเยียวยานั้นจะต่อเนื่องจากการดำเนินคดี ดังนั้นวันนี้เราต้องติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาให้ได้ให้มากที่สุด การยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการยึดอายัดที่ผู้ที่ครอบครองหรือเจ้าของกรรมสิทธิ์จะต้องนำเอกสารหลักฐานต่างๆมาแสดง และชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ให้ได้รับทราบ โดยมีระยะเวลา 30 วัน หลังจากทำการยึดอายัด ซึ่งหากไม่สามารถชี้แจงได้จะตกเป็นของกลางในคดีจนกว่าการดำเนินคดีจะแล้วเสร็จ ดังนั้นการทำงานของตำรวจเราไม่ได้คำนึงว่าใครเดือดร้อน แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อนตำรวจจะเร่งรัดการดำเนินการในภาพรวมแต่ต้องรอบคอบ ซึ่งในการสอบสวนนั้นต้องใช้เวลา และต้องทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด







