สุริยะใสชี้ไพรมารีโหวตเป็นจุดสำคัญนำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมือง
"สุริยะใส" แปลกใจท่าทีพรรคการเมืองเดี๋ยวหนุน-เดี๋ยวค้านไพรมารีโหวต ชี้ไพรมารีโหวตเป็นคานงัดสำคัญนำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมือง
"สุริยะใส" แปลกใจท่าทีพรรคการเมืองเดี๋ยวหนุน-เดี๋ยวค้านไพรมารีโหวต ชี้ไพรมารีโหวตเป็นคานงัดสำคัญนำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมือง
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัย รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ค่อนข้างแปลกใจจุดยืนของพรรคการเมืองหลายพรรคที่เคยแสดงจุดยืนท้วงติงกระทั่งไม่เห็นด้วยกับการจัดทำไพรมารีโหวต ซึ่งในช่วงการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็มีความพยายามกดดัน กรธ.เพื่อตัดเรื่องไพรมารีโหวตออก สุดท้าย กรธ.ก็ยอมถอยโดยเขียนกรอบกว้างๆไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 มาตรา 45 ที่เขียนไว้กว้างๆ
แต่เป็นโชคดีของประชาชนที่ในขั้นการตรา พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ต่อเติมและขยายรูปแบบการทำไพรมารีโหวตเพื่อให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครของพรรคได้โดยตรง ซึ่งเป็นจุดคานงัดสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
แต่มาวันนี้ คสช.ได้โยนหินถามทางเสนอแนวทางทำไพรมารีโหวตโดยยึดกรอบของ กรธ.ชึ่งเป็นกรอบหลวมๆ จนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นไพรมารีโหวต เพราะให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครและเดินสายรับฟังความเห็นสมาชิกพรรคแต่อำนาจในการตัดสินใจส่งผู้สมัครยังเป็นเจ้าของพรรคหรือ กกบ.พรรคเหมือนเดิมไม่ได้เป็นเรื่องใหม่
"แน่นอนหลายพรรคคงพอใจกับแนวทางนี้เพราะไม่ยุ่งยากและง่ายดี แต่ก็ยังเห็นหลายพรรคออกมาโจมตีว่าไพรมารี่โหวตฉบับย่อของ คสช.เอื้อประโยชน์พรรคที่สนับสนุน คสช.แท้ที่จริงแล้วไพรมารีโหวตฉบับย่อเป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองที่เดินแนวทางการเมืองแบบเก่า พรรคการเมืองที่ไม่พร้อมปฏิรูปให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคมากกว่า"
"น่าเสียดาย ถ้าตัดไพรมารีโหวตตามแนวทาง สนช.ทิ้ง เท่ากับตัดโอกาสของประชาชนในการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค แทนที่จะตัดวงจรของนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพรรคออกไป"นายสุริยะใส กล่าว







