
เขื่อนใหญ่จ่อระบายน้ำเพิ่ม รับผลกระทบพายุโซนร้อนเบบินคาทำฝนตกเพิ่มขึ้น
พายุโซนร้อนเบบินคา ส่งผลกระทบฝนตกหนัก เขื่อนภาคตะวันตกจ่อระบายน้ำเพิ่ม ภาคใต้เฝ้าระวังหมอกควันอินโด
พายุโซนร้อนเบบินคา ส่งผลกระทบฝนตกหนัก เขื่อนภาคตะวันตกจ่อระบายน้ำเพิ่ม ภาคใต้เฝ้าระวังหมอกควันอินโด
นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนเบบินคาได้เข้ามาใกล้ประเทศไทยตอนเหนือ โดยพื้นที่เฝ้าระวังและมีฝนตกหนัก คือ ภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และแม่ฮ่องสอน และยังคงมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ด้วย คือ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี โดยเขื่อนต่างๆ ในพื้นที่อาจจะต้องมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีล่าสุดมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้น ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนตกจึงต้องเร่งระบายน้ำพร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้า 3 วัน สำหรับเขื่อน วชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ต้องมีการระบายน้ำเพิ่ม โดยดูความสามารถในการรับน้ำของลำน้ำแม่กลองกับแควน้อย รวมทั้งเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก หลังจากฝนตกหนักเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้เร่งระบายน้ำในเขื่อน" นายสมเกียรติ กล่าว
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ช่วงเดือน ส.ค.ต.ค.นี้ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังพายุเขตร้อน โดยผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมแรง โดยเฉพาะในเดือน ก.ย.ต้องจับตาเป็นพิเศษเนื่องจากอาจเกิดพายุ 1-2 ลูก เข้าสู่ภาคอีสาน มีความรุนแรงเป็นพายุดีเปรสชัน ส่วนพื้นที่ภาคใต้จะเผชิญกับพายุโซนร้อนทำให้มี ฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ คาดว่าภูมิอากาศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเผชิญกับผลของพายุเอลนินโญทำให้เกิดภัยแล้ง หน่วยงานรัฐจึงมีการกักเก็บน้ำไว้เกือบเต็มเขื่อนหลายแห่งแล้ว
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงอุทกภัยและดินโคลนถล่ม 54 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ภาคกลาง 11 จังหวัด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง 13 จังหวัด แยกเป็น ภาคกลาง 4 จังหวัด และ ภาคใต้ 9 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือ ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มใน 32 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 25 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด
ด้าน นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ตอนล่างยังคงสูงขึ้นแม้ฝุ่นละอองขนาดเล็กจะยังไม่เกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่อยู่ในระดับเฝ้าระวัง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ น่าสังเกตว่าช่วงวันที่ 13-14 ส.ค.ที่ผ่านมามีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในประเทศอินโดนีเซีย จนถูกยกระดับเป็นมลพิษทางอากาศระดับปานกลาง







