posttoday
ชัยภูมิจมบาดาล

ชัยภูมิจมบาดาล

20 ตุลาคม 2553

น้ำป่าทะลักเข้าท่วมเทศบาลเมือง"ชัยภูมิ"บ้านเรือนกว่า 2 หมื่นหลังจมใต้น้ำเสียหายยับต้องยพยพไปอยู่ที่สูง ขณะนี้ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าตัวเมือง 100% ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น ขณะที่ ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

น้ำป่าทะลักเข้าท่วมเทศบาลเมือง"ชัยภูมิ"บ้านเรือนกว่า 2 หมื่นหลังจมใต้น้ำเสียหายยับต้องยพยพไปอยู่ที่สูง ขณะนี้ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าตัวเมือง 100% ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น ขณะที่ ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ระดับน้ำป่าทะลักล้นจากสันเขื่อนลำปะทาว ยังไหลบ่าเข้าท่วมตัวเมืองเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ กินวงกว้างทั้งหมด 25 ชุมชนต่อเนื่องเข้าขั้นวิกฤตน้ำไหลทะลักอย่างรุนแรงเพิ่มมากขึ้นมาตั้งแต่รุ่งเช้า ช่วงเวลา 01.30 น.วันเดียวกันเป็นต้นมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนต้องเร่งขนสิ่งของอพยพหนีน้ำกันอลหม่านมาตั้งแต่รุ่งเช้าที่ผ่านมา ชาวบ้านกว่า 20,000 หลังคาเรือนต้องถูกน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย หนักสุดในรอบ 30 ปี ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังเฉลี่ยต่ำสุดตั้งแต่ 90 ซม. - 2.50 เมตร ทำให้ทางจังหวัดเร่งติดป้ายประกาศห้ามรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านเข้าสู่เขตตัวเมืองชัยภูมิได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
 

ชัยภูมิจมบาดาล ชัยภูมิระดับน้ำวิกฤต

สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าตัวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เพื่อไปที่จ.นครราชสีมาและขอนแก่น ต้องหันไปเลี่ยงใช้เส้นทางสายนอก สี่แยกบายพาสทางเลี่ยงเมืองบริเวณสี่แยกโรงต้ม เขต.ต.โพนทอง อ.เมืองชัยภูมิ แทนไปก่อนในระยะนี้ ซึ่งระดับน้ำล้นสันเขื่อนลำปะทาว ความจุกว่า 66 ล้าน ลบ.ม.ล่าสุดจากวันที่ 19ต.ค.สูงกว่า 155 ซม. เริ่มลดระดับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 125 ซม.    ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำอีกจำนวนมากกว่า 500 ล้าน ลบ.ม.
 
อย่างไรก็ตามตามที่หน่วยงานชลประทานคำนวณได้ยังไหลเข้าท่วมตัวเมืองต่อเนื่อง และใกล้จะท่วมสะพานชั่วคราว ที่ทางเทศบาลเมืองชัยภูมิ สร้างขึ้นเพื่อไว้คอยบริการผู้ป่วยกว่า 1,000 คน ได้ใช้เข้าออกโรงพยาบาลชัยภูมิ ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร และใกล้ท่วมสะพานดังกล่าวดัวยแล้ว และคาดว่าจะต้องเร่งหาเรือท้องแบนเข้ามาช่วยเหลือด้านการสัญจรไปมาในพื้นที่เขตตัวเมืองชัยภูมิแทนทั้งหมด พร้อมทั้งจุดบ้านพักจวนผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เองซึ่งต้องอยู่ใกล้กับ รพ.ชัยภูมิ และเคยใช้เป็นจุดรับส่งประชาชนผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้แม้กระทั่งจวนผู้ว่าเองก็ถูกท่วมสู้งเกือบ 1 เมตรด้วยเช่นกัน
 
นายจรินทร์ จักกะพาก ผวจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้เร่งหาทางแก้ปัญหาการขาดแคลนเรือจำนวนมากที่จะเข้ามาช่วยเหลือส่งข้าว อาหารให้กับราษฎรด้วยการแจ้งขอความช่วยเหลือจากทางกองทัพ หน่วยบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาค 2 และทางหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัยส่วนกลางเป็นการเร่งด่วนต่อไป ซึ่งในพื้นที่ตัวเมืองบางส่วนไม่สามารถนำเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์เข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนได้ เพราะมีกระแสน้ำพัดรุนแรงมาก รวมทั้งในจุดถนนสายบรรณราการ หน้าศาลากลางจ.ชัยภูมิ และรอบอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล กลางใจเมืองชัยภูมิมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตรแล้ว
 
ล่าสุด น้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ใน 25 ชุมชน ปริมาณทะลักเข้าพื้นที่เพิ่มหนักสุดใน 2 ชุมชนบ้านกุดแคน และชุมชนหนองบ่อ มีระดับน้ำสูงกว่า 3.50 เมตรแล้ว ราษฎรกว่า 300 หลังคาเรือนไม่สามารถอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของบ้านได้แล้ว ทางเทศบาลต้องเร่งนำรถ จีเอ็มซี เร่งเข้าช่วยเหลือราษฎรให้อพยพออกจากพื้นที่เป็นการด่วนเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งยังมีชาวบ้านบางส่วนทางหน่วยงานจังหวัดยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือออกจากบ้านได้ เพราะระดับน้ำสูงและพัดรุนแรง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้นำราษฎรที่ช่วยเหลือออกมาได้บางส่วนกว่า 200 คน ได้ย้ายจุดตั้งเต็นท์พักหนีน้ำใหม่มาอยู่ที่หน้าแขวงการทางชัยภูมิ กม.2 เขต.ต.บ้านเล่า อ.เมืองชัยภูมิ แล้ว

ชัยภูมิจมบาดาล รพ.ชัยภูมิ

รพ.ชัยภูมิน้ำท่วมสูงกว่า1เมตร

ด้านนายแพทย์สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ เปิดเผยว่า ได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่ม2 เครื่อง และขนย้ายเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา ต่างๆ ขึ้นไปที่ชั้น 2 พร้อมทั้งเตรียมการย้ายผู้ป่วยประมาณ 550 คน แต่เปิดตรวจรักษาผู้ป่วยนอกตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนระดับน้ำทางบริเวณเข้าโรงพยาบาลสูงกว่า 1 เมตร

ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ น้ำที่ไหลมาจากจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น ทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำในอำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย และอำเภอร่องคำ ด้านเขื่อนลำปาวได้หยุดการระบายน้ำชั่วคราวในช่วงนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อชาวบ้านมากนัก 
 

มท.2แจกถุงยังชีพโคราชระบุหากงบ100ล.ไม่พอขอเพิ่มได้
 
นายบุญจง  วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง ซึ่งภายในได้บรรจุ อาทิ ข้าวสาร  อาหารแห้ง และชุดยาเวชภัณฑ์ ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา หลังจากที่น้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงอ.ปักธงชัย  ไหลบ่าเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของอ.โชคชัย ส่งผลให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 10  ตำบล  87 หมู่บ้าน  5,600  ครัวเรือน และกระแสน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของอำเภอโชคชัยเสียหายกว่า 5 หมื่น 6 พันไร่  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 180 ล้านบาท
 
นายบุญจง  กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา  ว่า  สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา มี 32 อำเภอ แต่ได้ถูกกระแสน้ำไหลเข้าท่วมแล้ว 24 อำเภอ แนวทางการเข้าช่วยเหลือนั้นคือ จะต้องมีการเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งทางจังหวัดนครราชสีมาได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่แล้ว และได้มีการปฏิบัติหน้าที่แบบบูรณาการ โดยการสำรวจถึงผู้ที่เดือดร้อนและเร่งจัดหา อาหาร ข้าวสารอาหารแห้งเข้าไปให้กับผู้ที่ประสบภัย
 
ส่วนด้านสาธารณสุขก็ได้มีการส่งแพทย์เข้าไปในแต่ละพื้นที่เพื่อตรวจเช็คร่างกายของผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ แต่หากในพื้นที่ใดยังคงมีประชาชนที่ติดค้างอยู่ในบ้าน ก็ได้มอบหมายให้ทางนายอำเภอสั่งการกำนันผู้ให้บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าในแต่ละพื้นที่ยังคงมีประชาชนตกหล่นหรือติดค้างอยู่หรือไม่  ดังนั้นตนจึงต้องการให้ผู้ที่ตกหล่นได้แจ้งเข้าไปที่อำเภอหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านโดยเร่งด่วนเพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือต่อไป
 
สำหรับจำนวนงบประมาณที่นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา ขอเพิ่มงบประมาณทดลองราชการกับนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น  คิดว่างบประมาณทดลองราชการที่รัฐบาลจัดให้ 100 ล้านบาท ก็เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่ประสบภัยเป็นไปอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตามความเดือดร้อนชองประชาชนก็แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเครื่องอุปโภคบริโภคของประชาชน และสิ่งต่อมาคือความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากภายใน 3-4 วัน ไม่มีฝนตกลงสภาวะต่างๆก็น่าจะดีขึ้น
 
ทั้งนี้หลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ก็จะมีการตั้งศูนย์ตรวจสอบความเสียให้ของประชาชนโดยนายอำเภอเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งตนเองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วหลายอำเภอปรากฏว่า พื้นที่ที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นนาข้าว ที่น้ำท่วมขัง ตนจึงสั่งการให้นายอำเภอมีการตรวจเช็คถึงจำนวนนาข้าวที่เสียหายเท่าไร และจะมีการจ่ายเงินชดเชยของบประมาณจากรัฐบาลมาดูแลช่วยเหลือเกษตรกร ดังนั้นหากงบจำนวน 100 ล้านบาท ไม่เพียงพอก็สามารถขอไปได้ที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบกลางที่มีอยู่ให้การช่วยเหลือประชาชนเพิ่มอีกได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าเรื่องงบประมาณไม่ต้องเป็นห่วงรัฐบาลมีเพียงพอ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือประชาชนจะต้องช่วยให้ตรงจุดและจะต้องให้ถึงประชาชนอย่างแท้จริง นายบุญจงฯ กล่าว
 
ส่วนสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด จ.นครราชสีมาประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 24 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 2 แสนคน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ประกอบด้วยอำเภอด่านขุนทด 2 ราย , อ.ปักธงชัย 1 ราย และ อ.สูงเนิน 1 ราย  พื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 4.7 แสนไร่ อำเภอที่ประสบภัยมากที่สุดขณะนี้ คือ อำเภอเมือง อำเภอปักธงชัย และอำเภอด่านขุนทด ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ยังคงทรงตัวบางแห่งเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว ส่วนอำเภอที่กำลังจะประสบภัยต่อไป คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจักราช อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูง ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำได้เริ่มเข้าสู่พื้นที่และสร้างความเสียหายแล้วบางส่วน
 
ส่วนสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนของจังหวัดนครราชสีมาล่าสุด เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำ 350 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อนทั้งหมด 314 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำล้นออกจากเขื่อน 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 149 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อนทั้งหมด 110 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำล้นออกจากเขื่อน 2.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อย่างไรก็ตามนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่าพายุลูกใหม่ที่กำลังจะพัดผ่านเข้ามาที่ประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมาและใกล้เคียงมากนัก และคาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครราชสีมาจะคลี่คลายภายใน 10-15 วัน
ศรีสะเกษ น้ำท่วมวัดพระเณรต้องลุยน้ำออกมาบิณทบาตร
 
ที่ วัดบ้านกระเบากันตรวด ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้ยังมีประมาณน้ำป่าที่ไหลล้นสปริงเวย์ของอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ สูงถึง 50 เซนติเมตร ไหลลงมาท่วมบ้านเรือน ไร่นา และวัด พระเณรต้องลำบากที่จะต้องออกมาบิตบาตร  ประกอบญาติโยมที่จะเดินทางมาทำบุญที่วัดก็ต้องเดินลุยเข้าออกวัดเช่นกัน พระครูสิริพัฒนธรรม เจ้าคณะตำบลกันทรอม เจ้าอาวาสวัด แจ้งว่าน้ำจะมาท่วมปีหนึ่ง 4 – 5 รอบ ขณะที่วัดไม่มีเรือไว้ใช้เลยแม้แต่ลำเดียว ขณะนี้พระเณร 19 รูป กำลังเป็นโรคเท้าเปื่อย เพราะต้องลุยน้ำเข้าออกทุกวัน เวลานอนก็ต้องไปนอนรวมกันอยู่ยังกุฎิพระที่สูงๆ เพราะหวั่นน้ำจะมาท่วมกลางคืนและไม่ทราบ อาจจะจมน้ำมรณภาพได้
                    
อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำยังล้นขอบอ่างเก็บ ทั้งอ่างเก็บน้ำห้วยจันทร์ , อ่างเก็บน้ำห้วยตาจู. อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา, อ่างเก็บน้ำห้วยทา, อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ และอ่างเก็บน้ำห้วยติ๊กชู ในเขตอำเภอภูสิงห์, ขุขันธ์ และอำเภอขุนหาญ ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าว ไร่มัน เสียหายแล้วนับแสนไร่ ถนนถูกน้ำท่วม และขาดใช้การไม่ได้หลายสาย และยังหากมีฝนตกบนเทือกเขาพนมดังรัก อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำป่าไหลลงมาท่วมเพิ่ม และอาจจะวิกฤติไหลเข้าท่วมตัวเมืองศรีสะเกษ ในอีก 2 - 3 นี้

ชาวสตึกริมน้ำมูลขนย้ายสิ่งของรับน้ำจากโคราชเอ่อท่วม
 
ชาวบ้าน 7 ตำบล ที่อาศัยอยู่ติดริมลำน้ำมูล  อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ได้เร่งอพยพขนย้ายทรัพย์สินมีค่า  สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น  และสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม  หลังจากทางอำเภอได้มีการประกาศแจ้งเตือน  ให้ประชาชนได้มีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน  หลังน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา  ได้ไหลบ่าลงสู่แม่น้ำมูล  ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมูลหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว    
 
ขณะที่ทางอำเภอก็ได้ประสานกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ให้มีการจัดเตรียมเรือท้องแบน  และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้พร้อม   เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน  หากเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน 
 
นางแดงศรีวิไล เจริญสุข  ชาวบ้านชุมชนประมง ม.2 ต.สตึก  กล่าวว่า   หลังจากทางอำเภอได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำมูลที่จะเอ่อล้นตะลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน  ในช่วง 1 – 2 วันนี้   ชาวบ้านในชุมชนก็ได้มีการขนย้ายข้าวของขึ้นสู่ที่สูง    ถึงแม้ที่ผ่านมาชุมชนดังกล่าวจะยังไม่เคยถูกน้ำท่วม  แต่ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้   เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
               
ทางด้านนายยลยง   มีพืชน์     นายอำเภอสตึก  กล่าวว่า   ขณะนี้ทางอำเภอก็ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนทั้ง 7 ตำบลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย   ได้รับทราบและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว    เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น   เพราะที่ผ่านมา ต.กระสัง  อ.สตึก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง   ก็เคยถูกน้ำท่วมนาข้าวสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรร่วม 10 ล้านบาท  

เพชรบูรณ์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม 5 อำเภอ
 
ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายหมู่บ้านในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.หนองไผ่ อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี และ อ.ศรีเทพ ถูกน้ำท่วมขัง จนทางจังหวัดต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะพื้นที่ 10 หมู่บ้านใน 5 ตำบล ของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ คือ หมู่ 2,3,10,12,16 ต.สะเดียง หมู่ที่ 1,12,13 ต.นางั่ว หมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ และหมู่ 3 ต.ดงมูลเหล็ก ได้ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาค้อ และเขาตะเบาะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะระดับน้ำที่ท่วมบริเวณข้างป้าช้าจีนที่หมู่ 2 บ้านสะเดียง ตำบลสะเดียง ซึ่งมีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ 30 หลังคาเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
 
เนื่องจากถนนทางเข้าหมู่บ้านยาวเกือบ 2 กิโลเมตร ถูกน้ำท่วมสูงถึงเกือบ 2 เมตร ทำให้หมู่บ้านมีสภาพเหมือนกับเกาะกลางน้ำ และถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมทั้งรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้ ชาวบ้านต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียว
 
ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง ต้องใช้เรือท้องแบน เพื่อนำข้าวกล่องออกแจกจ่ายให้กับราษฎรที่ถูกน้ำท่วม ตามบ้านเรือนราษฎรที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
 
ขณะที่นายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ ได้ร่วมกับ กองพลทหารม้าที่ 1 นำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ออกบินสำรวจในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอ ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ได้ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่อยู่ใกล้กับริม 2 ฝากฝั่งของแม่น้ำ ตลอดทั้งสาย รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังออกรวงนับหมื่นไร่ได้ถูกน้ำท่วมขัง กำลังได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปของจังหวัดเพชรบูรณ์ ล่าสุดระดับน้ำยังคงทรงตัวอยู่
 
น้ำท่วมเหนือหลายจังหวัดยังอยู่ขั้นในวิกฤต
 
น้ำเหนือจากจ.กำแพงเพชร และจ.พิษณุโลก ประกอบกับฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม ช่วงไหลผ่านจังหวัดพิจตรสูงขึ้น 10 เซนติเมตร สูงกว่าจุดวิกฤติแล้ว 30 เซนติเมตร ส่งผลให้พื้นที่ 4 อำเภอยังคงถูกน้ำท่วมขังต่อไป ได้แก่ อ.สามง่าม อ.บึงนาราง อ.โพทะเล และอ.โพธิ์ประทับช้าง
 
ขณะที่จ.นครสวรรค์ น้ำจากแม่วงก์ ไหลเข้าท่วมอำเภอลาดยาว และทำให้ถนนสายนครสวรรค์-ลาดยาว ช่วงบ้านหนองนมวัว กิโลเมตรที่ 13-15 ถูกน้ำท่วมขัง ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาสูง 23.60 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตร
 ที่จ.กำแพงเพชร น้ำป่าจากเทือกเขาสนามเพียง ไหลเข้าท่วม 3 ตำบลของอำเภอโกสัมพีนคร โดยเฉพาะถนนพหลโยธิน ช่วง ตำบลลานดอกไม้ น้ำท่วมสูง 40 เซนติเมตร ทั้งขาขึ้นและขาล่องระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
 
ส่วนที่จ.ตาก น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในตำบลทุ่งกระเซาะ อำเภอบ้านตาก ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ถนนเชื่อมหมู่บ้านและอำเภอถูกตัดขาด
 
นอกจากนี้จ.สุโขทัย น้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 8 บ้านนาโพธิ์ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง  ขณะที่น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ 2 หมู่บ้านตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง ระดับน้ำลดลงเล็กน้อย
 
เช่นเดียวกับที่จ.ลำปาง ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู ที่เกินพิกัดได้เอ่อเข้าห้วยแม่พริก และทำให้สะพานขาด 3 แห่ง คือ บ้านแม่พริกบน บ้านท่าขี้เหล็ก และบ้านห้วยขี้นก ตำบลแม่พริก ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนกิ่วดอนหมา และเขื่อนกิ่วลม ยังอยู่ภาวะปกติ

2อ่างเก็บน้ำแปดริ้วล้นจุดวิกฤตจ่อเอ่อท่วม 3 อำเภอ
 
นางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผวจ.ฉะเชิงเทรา เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอทั้ง 11 อำเภอ เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำหลังพบว่า ในพื้นที่ 9 อำเภอจาก 11 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเกษตรหลายหมื่นไร่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งถนนในหมู่บ้านหลายสายชำรุด บางแห่งถูกน้ำตัดขาด และได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้ง 9 อำเภอ
 
ด้านนายไชยา  จงอาสาชาติ ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดฉะเชิงเทรา ชี้แจงว่า  น้ำในอ่างเก็บน้ำแควระบมที่อำเภอสนามชัยเขต และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ใน อ.ท่าตะเกียบ มีปริมาณสูง เกินกว่าที่จะรองรับไว้ได้ โดยอ่างเก็บน้ำแควระบมมีปริมาณน้ำ 56.3 ล้าน ลบ.เมตร(55 ล้านลบ.เมตร)  โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำคลองสียัดมีปริมาณน้ำ  422  ล้าน ลบ.เมตร(420 ล้าน ลบ.เมตร) เพิ่มลงมาอีก 6 ล้าน ลบ.เมตร เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาถึง 43 มิลลิเมตรและน้ำที่สะสมบนเทือกเขาจะไหลบ่าเข้าอ่างอีกประมาณ 8 – 10 ล้าน ลบ.เมตรในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำล้นฝายยางระดับความสูงประมาณ 10 ซม.ขณะนี้กรมชลระทานต้องพร่องน้ำจากทั้งสองอ่างสู่คลองท่าลาดลงพื้นที่ท้ายอ่างรวมกันวันละ 3 ล้าน ลบ.เมตรเศษ 
 
ขณะที่คลองสียัดสามารถรับน้ำได้เพียง 5 ล้านลบ.เมตรเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต อำเภอพนมสารคามและอำเภอบางคล้า โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง และหากมีน้ำท่วมไหลบ่ามาจากปราจีนบุรี น้ำฝนที่ตกลงมาเติม รวมทั้งน้ำทะเลหนุนสูง ก็อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้าง คาดว่าในวันรุ่งขึ้นจะมีน้ำท่วม  โดยเฉพาะวันที่ 22 – 24   จะเพิ่มระดับเนื่องจากอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูง หรือหากมีฝนตกลงมาเติม
 
ด้านนายศิวาโรจน์  มุ่งหมายผล นายอำเภอพนมสารคาม กล่าวว่า  ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของน้ำจากพื้นทีอื่น  มีเพียงฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน  ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้วหลายพันไร่  ซึ่งหากรมชลประทานพร่องน้ำลงสู่คลองท่าลาด ก็จะส่งผลกระทบกับพื้นที่ตำบลเกาะขนุน ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับทราบเพื่อเตรียมขนย้ายสิ่งของที่สำคัญและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาภาค 1 เพื่อขอใช้พื้นที่และสนับสนุนอุปกรณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน

อ่างทองวิกฤตหนักน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มต่อเนื่อง
 
น้ำท่วมอ่างทองยังวิกฤติ ระดับน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มต่อเนื่อง พื้นที่ท่วมน้ำขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ผวจ.ประกาศภัยพิบัติทั้งจังหวัดแล้วชาวบ้านในเขตตำบลโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องอาศัยอยู่ชั้นสองของบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังกว่า 1.5 เมตร และต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทางออกมาหาซื้ออาหาร หลังน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมจนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทำให้ประชาชนกว่า 400 หลังคาเรือนเดือดร้อนหนัก ขณะที่พื้นที่ในตำบลจำปาหล่อน้ำได้เอ่อท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎรในหมู่ที่ 1และ 4 ตำบลจำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาและยังเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ขณะที่น้ำจากคลองบางแก้ว คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เอ่อท่วมในเขตตำบลบ้านรีและตำบลบ้านอิฐ อ.เมืองกว่า 200 หลังคาเรือน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก โดย นายสมชาย อนะวัชกุล นอภ.เมืองอ่างทอง เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อนสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ล่าสุดนายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง ประกาศพื้นที่อ่างทองทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว

เกษตรกรสุพรรณฯปล่อยทิ้งสวนผลไม้แล้ว

เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  เกษตรกรชาวสวนมะม่วงกว่า 5  ราย ที่ช่วยกันนำกระสอบบรรจุขี้เถ้าแกลบเร่งเสริมคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าสู่สวนมะม่วงบนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ที่ถูกน้ำท่วมขณะนี้ไม่สามารถสู้แรงน้ำและปริมาณน้ำได้ปล่อยทิ้งแล้วหลังน้ำเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
 นางบุญปลูก  กลิ่นภักดิ์  ชาวบ้านต.ศาลาขาว อ.เมือง กล่าวว่า ปริมาณน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆและล้นเข้าสวนผลไม้ของตนและเพื่อนบ้าน บนพื้นที่ 15 ไร่ ที่มีคันล้อมรอบเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านและตนต้องเร่งซื้อกระสอบกว่า 5 พันใบและขี้เถ้าแกลบกว่า 5 คันรถเพื่อนำมาใส่กระสอบทำแนวป้องกันน้ำท่วม พร้อมเครื่องสูบน้ำสูบน้ำออกเพื่อรักษาระดับน้ำไม่ให้เข้าท่วมสวนของตนซึ่งขณะนี้เป็นเวลากว่า 20 วันแล้วที่น้ำยังคงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถกู้สวนผลไม้ไว้ได้เพราะปริมาณน้ำสูงกว่าเดิมมากและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องขณะนี้คงต้องปล่อยตามยถากรรมแล้วเพราะไม่รู้จะสู้ยังไงเหน็ดเหนื่อยมามากแล้วหมดเงินไปมากแล้วยังหมดแรงอีกขณะนี้แต่ดูจังหวัดอื่นเขาสาหัสกว่าเรามากนักขณะนี้ภาพที่เห็นเหมือนกับเมื่อปี 2549
 
 
ชาวบ้านอยู่อยู่ริมน้ำปทุมฯวอนหน่วยงานรัฐ ช่วยน้ำท่วม
 
นายย้อย รัตนวิโมข อายุ 82 ปี อาศัยอยู่บ้านริมน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำวัดโบสถ์ เลขที่ 91/1 ม.5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวยว่า ปัญหาน้ำท่วม เมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำได้ขึ้นจากเดิม 50 เซ็นติเมตร์ และเหลืออีก 30 เซ็นติเมตรก็จะถึงที่นอน เพราะเป็นบ้านชั้นเดียว ที่บ้านอยู่ด้วยกัน 5 คน กับลูกๆ และภรรยา ที่มีอายุ 77 ปี ซึ่งภรรยา และตน ทั้งคู่ต่างก็ป่วย ต้องเดินทางไปผ่าตัดหัวเข่า ตามหมอนัด ในวันที่ 21 ตุลาคม ต้องให้ลูกหลาน อุ้มลุยน้ำออกไป 300 เมตร กว่าจะถึงถนน เพื่อขึ้นรถยนต์แท็กซี่ไปโรงพยาบาล จนขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดมาดูแล ความเดือดร้อนชาวบ้านที่อาศัยริมน้ำ เขต หัวถนนติวานนท์ ต.บ้านกลาง อ.เมือง ซึ่งก็ได้แจ้งไปยังลูกหลานให้มาช่วยขนของหนีน้ำ และยกระดับพื้นเพื่ออาศัยหลับนอนอีก 50 เซนติเมตรจึงอยากขอให้  อบต.บ้านกลาง นำไม้มาให้ความช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนที่อาศัยริมน้ำต่างยากจนและเดือดร้อนมาก
 
นายนิพนธ์ โพธ์มั่น ผอ.โรงเรียนวัดโบสถ์ (บวรธรรมกิจวิทยา) ต.บ้านกลาง อ.เมือง กล่าวว่า สถานที่ตั้งโรงเรียนอยู่นอกคันกั้นน้ำ ใกล้แม่น้ำเจ้าพรนะยา  ตั้งแต่มารับราชการ 17 ปี ที่ผ่านมา ต้องต่อสู้ และแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมเกือบทุกปี เพราะพื้นที่ต่ำ และตัวอาคารโรงเรียนก็ทรุดตัวทุกปี ปัจจุบันมีเด็กนักเรียน 294 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เดิมมีกำหนดจะเปิดภาคเทอม วันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ขณะนี้ระดับ น้ำได้ท่วมสูงขึ้นเลื่อยๆ วันละ 50 เซนติเมตร ปัจจุบันถึงพื้นห้องเรียน ต้องเกณฑ์ ครอบครัวครู และนักการภารโรง มาช่วยกันยกระดับ ขนทรัพย์สินหนีน้ำ หากยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ก็จะขอเลื่อนออกไปอีก 7 วัน

พ่อค้าโคราชกว้านซื้อเรือเมืองพิจิตรหมดเกลี้ยง

 

ชัยภูมิจมบาดาล กว้านซื้อเรือท้องแบน

นายสมเกียรติ์  พึงไชย พนักงานขายเครื่องพลาสติกตั้งอยู่ที่ ถ.สระหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร เปิดเผยว่าทางร้านเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องพลาสติกจาก บริษัทเสรีพลาสติก ซึ่งมีสินค้ามากมายรวมถึงเรือไฟเบอร์ โดยในฤดูน้ำหลาก ปีนี้คาดการณ์ว่า จ.พิจิตร จะถูกน้ำท่วม จึงมีการสั่งซื้อสินค้าที่เป็นเรือไฟเบอร์ขนาดต่างๆ ไว้ในสต็อกเกือบ 100 ลำ แต่ปรากฏว่าปีนี้จ.พิจิตร น้ำท่วมน้อยจึงทำให้เรือที่สต็อกไว้ ขายไม่ดี อีกทั้งชาวพิจิตรนิยมใช้เรือไม้ที่ทำขึ้นเองตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
 ล่าสุดขณะนี้ได้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักที่ จ.นครราชสีมา , อยุธยา ,อ่างทอง ทำให้ทางผู้ผลิตเรือไฟเบอร์ทำออกขายไม่ทันต่อความต้องการ วันนี้จึงมีพ่อค้าขายเรือไฟเบอร์จากโคราช ขับรถกระบะมาเหมาซื้อเรือทุกขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กราคา 2,500 บาท ขนาดกลางราคา 3,500 บาท ขนาดใหญ่ 5,000 บาทแบบมีเท่าไหร่เหมาหมดเพื่อนำไปขายเก็งกำไร โดยนำรถกระบะมาบรรทุกคราวละ 20 ลำ จึงทำให้ขณะนี้เรือไฟเบอร์ในพิจิตรจึงได้ถูกกว้านซื้อหมดแล้ว ดังกล่าว


 

 

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้