
2เขื่อนยักษ์ยันมั่นคงแข็งแรงยังรับน้ำได้เพิ่มอีก 5 พันล้านลบ.ม.
กาญจนบุรี-2 เขื่อนยักษ์ยันมั่นคงแข็งแรงยังรับน้ำได้อีก 5 พันล้านลบ.ม.ขณะเขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำไหลเข้าอ่างวันละกว่า100ล้านลบ.ม.ต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น
กาญจนบุรี-2 เขื่อนยักษ์ยันมั่นคงแข็งแรงยังรับน้ำได้อีก 5 พันล้านลบ.ม.ขณะเขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำไหลเข้าอ่างวันละกว่า100ล้านลบ.ม.ต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น
เมื่อ26 ก.ค.61 นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 14.00 น.) อยู่ที่ระดับ 172.99 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นปริมาณน้ำ 14,955.06 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84.28% ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งถ้านำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์น้ำเมื่อปีที่ผ่านมา (วันที่ 26 ก.ค.60)มีข้อมูลระดับน้ำอยู่ที่ระดับ 167.24 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นปริมาณน้ำ 12,888.42 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 72.63% ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ถือได้ว่าปริมาณน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว 9.65% ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำ 52.29 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนศรีนครินทร์ที่สามารถใช้ได้มีจำนวน4,690.28 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำโครงการชลประทานวันละ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร และตอนนี้ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,790.03 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มั่นใจได้ว่าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ยังคงสามารถรองรับน้ำฝนได้อีกไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อนรวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชนท้ายน้ำแน่นอน
ขณะที่นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 6,635 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 75% โดย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ มีแผนการระบายน้ำระหว่างวันที่ 26-30 ก.ค.61 ระบายน้ำเฉลี่ย 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,225 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางเขื่อนวชิราลงกรณรับทราบปัญหาผลกระทบของประชาชนและผู้ประกอบการทางด้านท้ายน้ำ และได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เนื่องจาก ณ เวลานี้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างมากกว่าวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. อย่างต่อเนื่อง (ข้อมูล วันที่ 20 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 202 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 18 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 21 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 154 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 23 ล้าน ลบ.ม., วันที่ 22 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 114 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 23 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 23 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 134 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 23 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 24 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 183 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 25 ล้าน ลบ.ม. และ วันที่ 25 ก.ค. 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 183 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 25 ล้าน ลบ.ม. จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้
แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับประชาชนและผู้ประกอบการทางด้านท้ายน้ำ จึงได้มีการประสานงานกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ชะลอแผนการระบายน้ำจากเดิมวันละ 28 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือวันละ 25 ล้าน ลบ.ม./วัน แล้ว ในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ค.61 และถ้าปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าอ่างลดลงก็จะทำการลดการระบายน้ำลงเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ มีการรายงานแผนการระบายน้ำ ให้หน่วยงานราชการในจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ทราบเป็นประจำทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่างๆ ที่ผิดปกติ โปรดสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรง ที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ หมายเลข 02-4368739 หรือ 034-599077 ต่อ 3110 , 3111 และติดตามเหตุการณ์ทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://www.vrk.egat.com หรือ Application EGAT Water
สำหรับด้านความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน เขื่อนวชิราลงกรณ มีการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากลโดยมีหน่วยงานด้านบำรุงรักษาเขื่อนฯ ทำการตรวจสอบเขื่อน เป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกปี และโดยคณะกรรมการตรวจประเมินความปลอดภัยเขื่อนฯ ทุกๆ 2 ปี หรือ เมื่อมีเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบกับตัวเขื่อน เช่น ฝนตกหนัก ระดับน้ำในเขื่อนมากกว่า 80% หรือ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเขื่อนด้วยเครื่องมือวัดที่ติดตั้งไว้ภายในตัวเขื่อนและบริเวณใกล้เคียงทันที เพื่อรายงานและวิเคราะห์ผลทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน







