
อมตะหนี้ครู
โลกโซเชียลกำลังให้ความสนใจ คลิปข้าราชการครูกลุ่มหนึ่งประกาศขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้
โดย...มะกะโรนี
โลกโซเชียลกำลังให้ความสนใจ คลิปข้าราชการครูกลุ่มหนึ่งประกาศขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้ โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ และประกาศด้วยว่าจะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน
สิ่งที่ตามมาก็คือการเรียกร้องว่า ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม มีหนี้ก็ต้องจ่าย ไม่ใช่ประกาศชักดาบแบบนี้ และอาจทำให้อาชีพอื่นๆ ลูกหนี้รายอื่นเอาอย่างได้ แต่บางกรณีกลายเป็นเหยื่อของเหล่านักเลงคีย์บอร์ดจุดเดือดต่ำ ที่แสดงความเห็นแบบเหมารวมว่า ครูทั้งหมดก่อปัญหาหนี้ฉาว โดยลืมไปว่า ข้าราชการ ลูกจ้าง และรัฐวิสาหกิจแทบทุกหน่วยงาน ต่างก็ก่อหนี้ไม่ต่างกัน
หนี้ถือเป็นโอกาสในการตั้งตัว ซื้อบ้านและขวนขวายหาสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น ระบบธนาคาร ระบบเศรษฐกิจเองก็ขับเคลื่อนไปได้ ก็เพราะคนในหลากหลายอาชีพ ยอมเป็นหนี้ในระบบ ยอมเริ่มต้นชีวิตจากหนี้สิน ก็ด้วยความหวังว่าคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะสร้างโอกาสในอาชีพการงาน อย่างน้อยความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น อย่างมีรถขับไปทำงาน ก็น่าจะช่วยแบ่งเบาความลำบากจากการเดินทางได้
ไหนจะเรื่องสวัสดิการที่อยู่อาศัย ใครที่เคยอาศัยในบ้านพักข้าราชการ ก็คงรู้ดีว่ามีสภาพเป็นอย่างไร และหากลงไปในรายละเอียดเรื่องความแตกต่างระหว่างบ้านพักข้าราชการในแต่ละสังกัด แต่ละระดับตำแหน่ง ที่เหลื่อมล้ำต่างกัน ราวกับอยู่กันคนละโลก ก็ยิ่งแล้วใหญ่
แน่นนอน หากจะถกเถียงและพยายามหาทางออกเรื่องนี้ ต้องกลับไปตั้งคำถามกับหน่วยงานที่ดูแลสวัสดิการของครู ว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เคยระบุว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษามีหนี้ทั้งในระบบประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ที่กู้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและแหล่งกู้อื่น 7 แสนกว่าล้านบาท และหนี้ที่กู้กับธนาคารออมสินผ่านทางโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จำนวน 4.7 แสนล้านบาท จำนวนกว่า 6.5 หมื่นคน
ล่าสุด มีรายงานข่าวด้วยว่า ตั้งแต่เปิดโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค. 1-7 มีครูเข้าร่วมโครงการประมาณ 9.3 แสนรายเป็นเงินกว่า 7.6 แสนล้านบาท และข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าเหลือครูที่ยังเป็นหนี้โครงการเงินกู้ ช.พ.ค.อยู่ 483,578 ราย เป็นเงิน 410,923 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี หนี้ที่ว่ามา ยังไม่นับถึงหนี้นอกระบบที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนรวบรวมอย่างเป็นรูปธรรม หรือกระทั่ง สามารถจำแนกได้ ว่ามีครูและเป็นบุคลากรทางการศึกษาจริงๆ เป็นหนี้จำนวนเท่าไรกันแน่ มีแต่การคาดการณ์กันว่า ทั้งหมดรวมกันจะเป็นตัวเลขที่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด หรือสูงกว่า 2 ล้านล้านบาท
แน่นอน ปัญหานี้เลยเถิดตั้งแต่มีการเปิดช่องให้กู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ง่ายเกินไป ว่ากันว่า โครงการนี้กู้ได้โดยไม่มีการตรวจข้อมูลเครดิตเหมือนสหกรณ์ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าครูรายนั้นๆ อยู่ในกลุ่มหนี้เสียหรือไม่ แม้เงินเดือนคงเหลือของผู้กู้เหลือเพียง 15% ก็สามารถกู้ได้ ซึ่งปกติต้อง 30% ขึ้นไป หรือมากกว่านั้น และหากครูคนไหนมีผู้ค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 3 ล้านบาท
แน่นอนครับ โครงการให้กู้ทำนองนี้ย่อมดึงดูดครูมาเป็นลูกหนี้ได้ โดยไม่ต้องโหมโฆษณาแบบสารพัดเงินด่วนที่เห็นจากสื่อต่างๆ ไม่มีใครอยากเป็น และใครกันที่อยากให้ทุกคนเป็นหนี้? คำถามนี้ตอบยากหรือครับ







