
"สมาพันธ์วิชาชีพ"ค้านร่างกม.อุดมศึกษาห้ามสภาวิชาชีพก้าวก่ายหลักสูตร
"สมาพันธ์วิชาชีพ"ยื่นข้อเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา 2 ฉบับ - ค้านห้าม"สภาวิชาชีพ" ก้าวก่ายหลักสูตรฯ หวั่นบัณฑิตไร้คุณภาพ สร้างผลกระทบต่อ ปชช.
"สมาพันธ์วิชาชีพ"ยื่นข้อเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา 2 ฉบับ - ค้านห้าม"สภาวิชาชีพ" ก้าวก่ายหลักสูตรฯ หวั่นบัณฑิตไร้คุณภาพ สร้างผลกระทบต่อ ปชช.
ที่รัฐสภา 11 สภาวิชาชีพ นำโดย สภาทนายความ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาวิศวกร สภาวิชาชีพบัญชี เป็นต้น รวมตัวกันในนาม ‘สมาพันธ์สภาวิชาชีพ’ ยื่นหนังสือต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อนำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษา พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา พ.ศ. … โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
นายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกสภาทนายความ แถลงว่า สภาวิชาชีพมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาของชาติ เป็นแหล่งรวมของบุคลากรที่มีความรู้ในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อดูแลบัณฑิตที่จบการศึกษาจะเข้ามาเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพต่างๆ เพื่อการประกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆ อย่างมีมาตรฐาน มีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และมีความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน แต่ร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษาฯ กลับห้ามมิให้สภาวิชาชีพก้าวก่ายการจัดหลักสูตรการเรียนในการรับรองและแนะนำการจัดการเรียนการสอน ให้กับสถาบันอุดมศึกษา
ทั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเขียนกฎหมายก้าวล่วง พ.ร.บ. ของสภาวิชาชีพต่างๆ อันมีผลต่อมาตรฐานในการผลิตบัณฑิตในสาขาต่างๆ เพราะไม่มีการตรวจสอบและรับรองจากสภาวิชาชีพให้มีคุณภาพ ซึ่งจะเกิดปัญหาบัณฑิตลักลอบประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายของแต่ละสภาวิชาชีพ ดังนั้นผลกระทบจะเกิดต่อประชาชนในการคุ้มครองผู้ใช้บริการจากผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรงได้ รวมทั้ง จะมีผลกระทบกับข้อตกลงระหว่างประเทศอีกด้วย
“ทางสมาพันธ์สภาวิชาชีพ ประสงค์จะแสดงความกังวลและข้อคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะต่อ สนช. เพื่อให้ทราบถึงความกังวลของสภาวิชาชีพและผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก เพราะทางสมาพันธ์ฯ ในฐานะเป็นองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาของชาติ มีความวิตกต่อการบริหารการศึกษาในชั้นอุดมศึกษาตามร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับในหลายประเด็น ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ของบุคลากรและองค์กรที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิชาชีพและประชาชน” นายทัศไนยกล่าว
ด้านนายสุรชัย ระบุว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ ยังไม่ถึง สนช. แต่ก็ทราบเนื้อหาหลักในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับว่า เป็นการประสานเส้นแบ่งระหว่างสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ และมาตรฐานการศึกษาในการประกอบวิชาชีพ ดังนั้น ทาง สนช. ก็จะนำข้อเสนอแนะของทางสมาพันธ์ฯ มาพิจารณาในขั้นตอนของทาง สนช. ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพื่อให้กฎหมายมีประโยชน์ต่อประชาชนและองค์การการศึกษามากที่สุด
เครดิตภาพ / สำนักข่าว INN







