
สีคิ้วฝนตกหนักน้ำป่าท่วมทางขาดรถปาเจโรวิ่งพุ่งตกถนน
นครราชสีมา-อ.สีคิ้วฝนตกหนักน้ำป่าท่วมถนนขาดเป็นระยะทาง15เมตร ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถปาเจโรพุ่งตกลงไปคนขับผู้โดยสารรอดตายหวุดหวิด
นครราชสีมา-อ.สีคิ้วฝนตกหนักน้ำป่าท่วมถนนขาดเป็นระยะทาง15เมตร ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถปาเจโรพุ่งตกลงไปคนขับผู้โดยสารรอดตายหวุดหวิด
เมื่อวันที่ 5 พ.ค.61 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้เกิดน้ำป่าหลากท่วมถนนทางหลวงชนบท สาย 3059 ห้วยทราย-ห้วยบง บริเวณบ้านหนองดู่ หมู่ที่ 3 ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว เกิดทรุดตัวลงขาดเกือบ2ช่องจราจร เป็นระทาง 15เมตร และได้เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์อเนกประสงค์แวน ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สีเทาหมายเลขทะเบียน ญม-4523 กรุงเทพมหานคร พุ่งตกลงไปบริเวณที่ถูกน้ำพัดขาดและน้ำป่าได้พัดรถจมลงไป
อย่างไรก็ตามทั้งคนขับและผู้โดยสาร ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทกังหันลมไฟฟ้าห้วยบง อ.ด่านขุนทด ได้ช่วยเหลือตัวเองออกมาจากรถรอดชีวิตหวุดหวิดและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยต่อมา อบต.กฤษณา อ.สีคิ้ว ได้จัดอุปกรณ์ และเจ้าหน้า อพปร. อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณที่ถนนชำรุดและให้รถที่สัญจรไป-มาเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ซึ่งจนถึงขณะนี้รถยกก็ยังไม่สามารถกู้รถยนต์คันดังกล่าวขึ้นมาได้เนื่องจากถนนที่ชำรุดมีความลึกประมาณ 15 เมตร ส่วนระดับน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว
นอกจากนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากเนินเขาลงลำคลองพื้นที่หมู่บ้านวังไทรงาม หมู่ที่ 8 ต.ห้วยบง และบ้านศิลาร่วมสามัคคี หมู่ที่ 4 อย่างรุนแรงท่วมบ้านเรือนของราษฎร และพื้นที่ทางการเกษตร เช่น อ้อย พริก ได้รับความเสียหาย ส่วน บ้านเรือนราษฏรที่ถูกน้ำท่วมอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและ ระดับน้ำป่าลดลงเรื่อยๆ
ที่หมู่บ้านไทยสามัคคี และบ้านน้ำเค็ม ต.หนองแวง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา น้ำป่าจากเทือกเขาพังเหย อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ ก็ไหลหลากเข้าท่วมระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ถนน บ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงแล้ว คาดว่าถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกคงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้นายอำเภอสีคิ้ว อ.ด่านขุนทดและอ.เทพารักษ์ ออกสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอพร้อมเร่งซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายแล้ว พร้อมกับให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วร่วมกับหน่วยกู้ภัยของ อบต.และหน่วยกู้ภัยของมูลนิธิต่างๆพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นอีก เพื่อให้การช่วยเหลือแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที







