posttoday
ปรามทำแท้งผิดกฎหมาย

ปรามทำแท้งผิดกฎหมาย

14 ตุลาคม 2553

ประธานชมรมพนักงานสอบสวนปรามการทำแท้งผิดกฎหมาย

ประธานชมรมพนักงานสอบสวนปรามการทำแท้งผิดกฎหมาย

 พ.ต.ท.มานะ  เผาะช่วย   ประธานชมรมพนักงานสอบสวน กล่าวว่ากรณีเกิดเหตุนักเรียน ม.6 ใช้ยาเหน็บทำแท้งกับตนเองและเกิดการตกเลือด ขณะนี้รักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น   ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง  นอกจากการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายแล้ว  ด้านความเสียหายต่อสังคมไทยที่มากกว่านั้นก็คือความเสื่อมโทรมเรื่อง จริยธรรม คุณธรรม ที่เกิดขึ้นกับเด็กเยาวชนไทยวัยศึกษาเล่าเรียน  ดังนั้นทุกภาคส่วนของสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันทุกวิถีทางเพื่อ ป้องกันมิให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น    และเชื่อว่ามีการกระทำเช่นนี้มากพอสมควรแต่ไม่ปรากฎเป็นข่าวต่อสาธารณชน    

พ.ต.ท.มานะ ชี้ว่า ในทางกฎหมายนั้นการทำแท้ง(abortion) เป็นความผิดทางอาญา โดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 บัญญัติว่า "หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"  ส่วนผู้ใดก็ตามที่ทำให้หญิงแท้งลูก กฎหมายลงโทษสถานหนัก  โดยมาตรา 302 วรรคแรก บัญญัติว่า " ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"  กรณีหากเป็นการทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม  ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษหนักขึ้นคือจำคุกไม่เกินเจ็ดปี อย่างไรก็ตามหากเป็นการทำแท้งโดยแพทย์เนื่องจากจำเป็นต้องกระทำเพราะสุขภาพ ของหญิงนั้น   หรือการมีครรภ์เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา  กฎหมายไม่เอาผิดในการทำแท้งในกรณีนี้

พ.ต.ท.มานะ  กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นทราบมาว่าเป็นการที่หญิงทำแท้งตนเองจนทารกออกมา เสียชีวิต  จึงถือเป็นความผิดสำเร็จแล้วตามมาตรา 301   แม้ผู้กระทำเป็นนักเรียนก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง    เมื่อแพทย์อนุญาตให้นักเรียนหญิงดังกล่าวออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว   พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กต่อไป ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ.2534   ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องทำการแจ้งข้อหาสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพก่อนส่งตัว ไปสถานพินิจฯ     หากทางการสอบสวนมีพยานหลักฐานฟังได้ว่ามีผู้สนับสนุนการกระทำผิดเช่น ช่วยเหลือโดยการจำหน่ายตัวยา เครื่องมือในการทำแท้ง ก็เป็นความผิดฐานสนับสนุนต้องระวางโทษสองในสามส่วนของความผิดนั้น  และอาจ เป็นความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  พ.ร.บ. ยา  เป็นต้น      

 ประธานชมรมพนักงานสอบสวนกล่าวอีกว่า สถาบันครอบครัวและโรงเรียน สถานศึกษามีความสำคัญอย่ายิ่งที่จะป้องกันไม่ให้เรื่องเศร้าสลดเช่นนี้เกิด ขึ้น   ต้องคอยสอดส่อง เอาใจใส่ความประพฤติของเด็กหรือเยาวชน  แนะนำเรื่องเพศศึกษา  คุณธรรม จริยธรรม   อย่าให้มีค่านิยมฟุ้งเฟ้อ ลุ่มหลงวัตถุนิยม  หรือวัฒนธรรมตะวันตกบางอย่างที่ไม่เหมาะกับสังคมไทย   และเด็กเยาวชนต้องมีวินัยตนเอง   กตัญญูรู้คุณบิดามารดา  สิ่งเหล่านี้เป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ประพฤติในทางเสื่อมเสียได้

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน