
ปชป.จี้"อภิวันท์"รับผิดชอบหลังตั้ง"วิภูแถลง"เป็นที่ปรึกษา
ปชป.เผยข้อมูล พ.อ.อภิวันท์ ตั้ง "วิภูแถลง" เป็นที่ปรึกษา จี้คืนเงินและรับผิดชอบ พร้อมเผย ปี 51 อารี ไกรนรา และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับเครื่องราชฯ
ปชป.เผยข้อมูล พ.อ.อภิวันท์ ตั้ง "วิภูแถลง" เป็นที่ปรึกษา จี้คืนเงินและรับผิดชอบ พร้อมเผย ปี 51 อารี ไกรนรา และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับเครื่องราชฯ
อภิวันท์ยอมรับตั้งวิภูแถลงจริงแต่พ้นจากหน้าที่ไปแล้ว
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวยอมรับว่า ได้แต่งตั้ง นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท เป็นที่ปรึกษาในคณะทำงานทางการเมืองจริง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2551 แต่ได้เสนอให้พ้นตำแหน่งและตั้งคนใหม่แทนแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2553ที่ผ่านมา เนื่องจากนายวิภูแถลงได้เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง จึงขอให้เสียสละตำแหน่งเพื่อความเหมาะสม ซึ่งการพ้นตำแหน่งดังกล่าวมีหนังสือชัดเจนเป็น คำสั่งสำนักเลขาฯสภา ที่ 1317/2553 เรื่อง ให้คณะทำงานทางการเมืองของรองประธานสภาคนที่สองพ้นจากหน้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2553
"สาเหตุที่ตั้งนายวิภูแถลง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยได้รู้จักกันตอนที่ติดอยู่ในเรือนจำด้วยกันในคดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ จากการได้สัมผัสรู้ว่าเป็นคนดี คนตรง ชอบอ่านหนังสือ และมีอุดมการณ์เป็นนักประชาธิปไตย จึงให้เข้ามาช่วยงาน และเงินเดือนก็ไม่ได้สูงมาก แค่เพียงเดือนละ 10,000 บาทแต่เมื่อเกิดเหตุร้อนแรงทางการเมืองจึงขอให้เสียสละเพื่อความเหมาะสม ซึ่งนายวิภูแถลงก็ยินดี"พ.อ.อภิวันท์กล่าว
วัชระแฉ "อภิวันท์" ตั้ง วิภูแถลงเป็นที่ปรึกษารับเงินเดือน1หมื่น
นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งตั้ง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เข้าดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วย วันที่ 25 ก.พ.2551 และ19 ต.ค. 2552 มีคำสั่งแต่งตั้งนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท เป็นคณะทำงานทางการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษาของพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้เรียกร้อง ให้นายวิภูแถลงคืนเงินทั้งหมดและขอให้พันเอกอภิวันท์ แสดงความรับผิดชอบที่ได้แต่งตั้งนายวิภูแถลงดำรงตำแหน่งถึง 2 ปี ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ซึ่งไม่ทราบว่าพ.อ.อภิวันท์ ใช้มาตรฐานใดในการแต่งดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีนี้ พ.อ.อภิวันท์ คงไม่เสนอแต่งตั้งนายวิภูแถลงอีก
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งดังกล่าว แตกต่างอย่างไรกับการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายกรณีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ นายสวัชระ กล่าวว่า แตกต่างกันเนื่องจากนายกษิตไม่มีส่วนเผาทำลายบ้านเมือง และไม่ได้เป็นผู้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
นอกจากนี้ นายวัชระ ยังนำข้อมูลรายนามผู้ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2551 ที่มีชื่อของนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย มาแสดงต่อสื่อมวลชนด้วย พร้อมระบุว่า ในปีนี้ไม่มีการเสนอชื่อของนายอารี เป็นนักวิการประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร แล้ว หลังจากที่ตนออกมาเปิดเผยข้อมูลเมื่อวานนี้ ทั้งนี้คงไม่ทำหนังสือไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาณ เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่านายชัย คงจะไม่อ่านข้อมูลที่ตนเสนอ
ตู่ยัน"อารี"คุณสมบัติครบเป็นอาจารย์รามฯมาก่อน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีการแต่งตั้ง นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. เป็นนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า นายอารีเป็นคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เคยรับราชการในตำแหน่งอาจารย์ระดับ 6มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษากว่า 100 กลุ่ม ซึ่งสามารถสอบถามจาก นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ หากต้องการทราบข้อมูลว่า นายอารีเป็นคนอย่างไร นอกจากนี้ นายอารียังได้รับเครื่องราชอิสิริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตั้งแต่ปี 2551 ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการ ดังนั้นการที่ตนเสนอชื่อนายอารี ไม่ได้ทำเพื่อต้องการให้ได้รับเครื่องราช
นายจตุพร ยังนำหลักฐานการรับเงินของนายอารี จากการดำรงตำแหน่งนักวิชาการในกรรมาธิการดังกล่าวมาแสดง ซึ่งมีการรับเงินเพียง 4 เดือน และก่อนไปร่วมเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดง ก็ไม่ได้รับเงินเดือนอีก โดยได้มีการส่งคืนให้กับทางสภาฯ และส่งคืนคลังไปแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ส่วนตัวได้แจ้งทางวาจาไปยังนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องการลาออกจากกรรมาธิการชุดนี้ เนื่องจากไม่ต้องการทำงานร่วมกับนายวัชระต่อไป พร้อมเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายวัชระด้วยข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งทางแพ่งและอาญาด้วย







