posttoday
รวมชาติ

รวมชาติ

14 ตุลาคม 2553

....อรุณ จิรชวาลา

ที่อื่นเขารวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ประเทศเรากลับมีคนพยายามทำตรงกันข้าม

วันนี้เป็นวันครบรอบปีที่ 37 ของการต่อสู้ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทย

ผ่านมาอีก 37 ปี เราก็มีการต่อสู้ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าอาจจะเสียเลือดเนื้อน้อยกว่าครั้งก่อน แต่ก็มีแนวโน้มจะยืดเยื้อยาวนาน

ที่ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2553 เขาฉลองครบรอบ 20 ปีของการรวมเยอรมนีตะวันตกกับเยอรมนีตะวันออกเป็นประเทศเดียว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีถูกแบ่งเป็น 2 ประเทศ ภายใต้ลัทธิทุนนิยมของมหาอำนาจตะวันตก คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ประเทศหนึ่ง กับภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตอีกประเทศหนึ่ง

ความพยายามในการกลับมารวมกันไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากแยกทางกันเดิน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่เชื่อลองนึกภาพเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ในวันนี้ดู เชื้อสาย เผ่าพันธุ์ และภาษาเดียวกันแท้ๆ แต่โอกาสที่จะกลับมารวมกันอีกครั้งยังไม่มีใครมองเห็น

ปัญหาในการรวมเยอรมนีเมื่อ 20 ปีก่อนมีมากกว่านั้นเสียอีก แม้ว่าในตอนต้นกลุ่มประเทศตะวันตกจะให้การสนับสนุน แต่ก็เพียงเพราะต้องการให้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตในยุโรปลดลง ครั้นเยอรมนีตะวันตกตัดสินใจเดินหน้าเต็มตัวเพื่อรวมประเทศให้ได้ ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปทั้งสองค่ายต่างรู้สึกต่อต้านทั้งอย่างเงียบๆ และอย่างเปิดเผย

กลุ่มยุโรปตะวันตกเกรงว่า เยอรมนีที่เป็นหนึ่งเดียวจะมีอำนาจบารมีข่มประเทศอื่น จนเกิดความแตกแยกและความตึงเครียดภายในยุโรปอีกครั้งหนึ่ง มีคนได้ยินนายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ของอังกฤษ กล่าวว่า ที่เราเคยสนับสนุน เพราะไม่คิดว่าจะทำสำเร็จ

กลุ่มยุโรปตะวันออกเกรงว่า เยอรมนีที่เข้มแข็งจะพยายามขยายอาณาเขต โดยการทวงสิทธิเหนือพื้นที่บางส่วนของบางประเทศเหล่านั้น ที่เยอรมนีสูญเสียไปเพราะแพ้สงคราม แต่ยังมีชุมชนเยอรมนีอยู่หนาแน่น

นอกยุโรป ประเทศที่คัดค้านอย่างจริงจังและเปิดเผยมีประเทศเดียว คือ อิสราเอล นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในขณะนั้น กล่าวว่า ประเทศที่เคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเรากำลังรวมตัวกันเพื่อจะได้กลับมาพยายามใหม่อีกครั้ง

รัฐบาลสหรัฐในขณะนั้นให้การสนับสนุน เนื่องจากเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มทุนนิยมที่กำลังทำศึกแตกหักกับลัทธิคอมมิวนิสต์ และพยายามช่วงชิงความได้เปรียบในทุกสมรภูมิเท่าที่จะทำได้

แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดของทุกฝ่าย คือ สหภาพโซเวียตภายใต้การนำของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ไม่คัดค้าน กอร์บาชอฟเป็นผู้นำที่ใฝ่สันติภาพ ยึดแนวทางปรองดอง อยากได้เยอรมนีตะวันตกเป็นมิตรมากกว่าศัตรู และหวังความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ จึงยอมโอนอ่อนแต่โดยดี และยอมแม้กระทั่งให้เยอรมนีหลังการรวมประเทศคงอยู่ในนาโต มีข้อแม้เพียงอย่างเดียว คือ อย่าให้นาโตเคลื่อนอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในเขตของเยอรมนีตะวันออกเดิม

อาจเป็นเพราะกอร์บาชอฟไม่อยากทำศึกหลายด้าน และอยากทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดให้กับการรักษาสหภาพโซเวียตให้คงอยู่ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพียงปีเศษต่อมา สหภาพโซเวียตก็แตกเป็นเสี่ยงๆ และหายไปจากแผนที่โลก พร้อมๆ กับตำแหน่งของกอร์บาชอฟที่หมดสภาพตามไปด้วย โดยอำนาจและหน้าที่ต่างๆ ตกทอดไปเป็นของ บอริส เยลต์ซิน ซึ่งเป็นผู้นำรัสเซีย

เยอรมนีตะวันตกทุ่มสุดตัวให้กับการรวมชาติ ยอมรับเงินมาร์กของเยอรมนีตะวันออก ซึ่งควรเป็นเพียงเศษกระดาษ ให้มีค่าเท่าเทียมดอยช์มาร์กอันแข็งแกร่ง และทุ่มเทงบประมาณอย่างไม่อั้นเข้าไปบูรณะเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐตะวันออก รวมทั้งจ่ายค่าปิดปากประเทศอื่นๆ (ในรูปความช่วยเหลือ) เช่น สหภาพโซเวียต เพื่อไม่ให้คัดค้านเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านดอยช์มาร์ก

แต่ผลตอบแทนก็ต้องถือว่าคุ้มค่า กล่าวคือ สามารถรวมประเทศได้อย่างรวดเร็วและค่อนข้างปราศจากคลื่นใต้น้ำ รวมทั้งเยอรมนีตะวันออกเองก็ยอมรับการรวมประเทศแบบถูกกลืน คือ เข้ามาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายพื้นฐานของทางตะวันตก

20 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันนี้ปัญหาที่เกิดจากการรวมประเทศยังแก้ไขไม่ได้ทั้งหมด ชาวตะวันออกยังมีรายได้เฉลี่ยเพียง 80% ของชาวตะวันตก และอัตราการว่างงานสูงกว่ากันประมาณเท่าตัว คือ 12% เปรียบกับ 6% ส่วนผลผลิตต่อหัวก็ยังเฉลี่ยเพียง 70% แม้ว่าจะดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนที่ระดับ 33% กว่าเท่าตัว

คนเยอรมันส่วนใหญ่ยอมรับว่า หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล กว่าเยอรมนีทั้งประเทศจะเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์

มองจากสายตาคนนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเมืองไทย เราคงต้องยอมรับว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างสูง ถ้าเป็นคนไทย เราอาจทะเลาะเบาะแว้งกันจนรวมไม่สำเร็จตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำไป

คนเยอรมันทั้งประเทศสมควรได้รับการยกย่องในความอดทนและเสียสละเพื่อประเทศชาติของเขา กล่าวคือ ชาวตะวันตกต้องเสียสละเงินภาษีอากรรวมกันนับล้านล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ทางตะวันออก ส่วนชาวตะวันออกก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎกติกาในการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งมีจำนวนมากที่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่อไปทำมาหากินในรัฐตะวันตก

เยอรมนีในวันนี้ได้กลับมายิ่งใหญ่ และเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจและการเงินของยุโรป โดยไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องเกรงกลัวว่าจะถูกข่มเหง ดังเช่นที่เคยหวาดระแวงเมื่อ 20 ปีก่อน

เราคนไทยหยุดคิดกันสักนิดดีไหมครับ ว่าเรากำลังต่อสู้กันเองเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน