posttoday
"เปรมชัย-พวก"รายงานตัวศาลทองผาภูมิคดีล่าสัตว์ป่า นัดครั้งต่อไป9เม.ย.

"เปรมชัย-พวก"รายงานตัวศาลทองผาภูมิคดีล่าสัตว์ป่า นัดครั้งต่อไป9เม.ย.

26 มีนาคม 2561

เปรมชัยพร้อมพวกเข้ารายงานตัวที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิในคดีล่าสัตว์ป่า งดให้สัมภาษณ์สื่อ ศาลนัดครั้งต่อไป 9 เม.ย.นี้

เปรมชัยพร้อมพวกเข้ารายงานตัวที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิในคดีล่าสัตว์ป่า งดให้สัมภาษณ์สื่อ ศาลนัดครั้งต่อไป 9 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. เวลา 08.50 น. นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน จำเลยในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมด้วยทนายความเดินทางมายังศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อรายงานตัว ซึ่งเป็นวันครบกำหนดนัดฝากขังครั้งที่ 4 คือ 48 วัน ซึ่งคดีของนายเปรมชัยสามารถยื่นฝากขังได้ทั้งหมด 7 ครั้ง เพราะข้อหามีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี โดย

เมื่อทั้งหมดมาถึงศาลก็ได้เดินขึ้นไปยังชั้น 2 ของศาลเพื่อรายงานตัว โดยนายเปรมชัยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

จากนั้นนายเปรมชัย พร้อมพวก ได้เข้าไปรายงานตัวที่ห้องพิจารณาคดี และลงชื่อทราบนัดครั้งต่อไป โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที ทั้งหมดก็เดินทางกลับทันที

ขณะที่ นายวิฑูรย์ พรายแย้ม ทนายความ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า นายเปรมชัยและพวกจะต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมินัดต่อไปซึ่งเป็นครั้งที่ 5 ในวันที่ 9 เม.ย.นี้

ด้าน ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของคดี เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการจ.กาญจนบุรี ได้มีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม ในบางกรณีที่ยังไม่ละเอียดรัดกุม โดยได้มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ในเรื่องความเสียหายต่อระบบนิเวศ และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในเรื่องอนุสัญญาไซเตส โดยได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวเรียบร้อย และส่งมอบสำนวนเพิ่มเติมให้อัยการ จ.ทองผาภูมิ ไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟ้องความเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ โดยทางกรมอุทยานฯ ได้รวบรวมหลักฐานที่สามารถคำนวณความเสียหายที่เกิดจากผู้ต้องหาเข้าไปล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือดำ ไก่ฟ้าหลังขาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ตาม ปจว.ข้อ2 เวลา15.30น.คดีอาญาที่26/2561 ลงวันที่ 6  ก.พ. 2561 มีรายละเอียดประกอบด้วย เสือดำ 1 ตัวอายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อย เสือดำอินโดจีน หรือ INDOCHINESE LEOPARD มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ มีสถานะภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 3,012,000 บาท ไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดา จำนวน 1 ตัว เป็นตัวเต็มวัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า LOPHURANYCTHEMERA เป็นสัตว์ป่าที่พบเห็นได้บ่อย สถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกนก ลำดับที่ 6 และเป็นชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คิดค่าเสียหายเป็นเงินตัวละ 22,612 บาท

รวมค่าเสียหายทั้งเสือดำและไก่ฟ้า รวมเป็นเงิน 3,034,612 บาท ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงค่าความเสียหายด้านสัตว์ป่าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายทั้งระบบ คือระบบนิเวศน์สัตว์ป่า และระบบนิเวศของพืช ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นจึงคาดว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นคงสูงกว่ามูลค่าความเสียหายเดิมที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน

"เปรมชัย-พวก"รายงานตัวศาลทองผาภูมิคดีล่าสัตว์ป่า นัดครั้งต่อไป9เม.ย.

"เปรมชัย-พวก"รายงานตัวศาลทองผาภูมิคดีล่าสัตว์ป่า นัดครั้งต่อไป9เม.ย.

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI