
บ้ากว่าพิษสุนัข
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าเป็นข่าวสารอันน่าสะพรึง โดยเฉพาะกระแสข่าวการระบาดของโรค “พิษสุนัขบ้า”
โดย..ทองพระราม
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าเป็นข่าวสารอันน่าสะพรึง โดยเฉพาะภายหลังมีกระแสข่าวเรื่องราวการระบาดของโรค “พิษสุนัขบ้า” หวนคืนกลับมาอีกครั้งในรอบหลายปี
แม้โรคดังกล่าวจะไม่พบเจอในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อปรากฏอีกครั้งก็สร้างความหวาดหวั่นวิตกกังวลต่อประชาชน เนื่องจากโรคชนิดนี้มักพบในสัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะ สุนัข หรือแมว ซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักใกล้ตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ชนิดอื่นจะไม่เป็นพาหะนำโรค แต่อาจปรากฏให้เห็นน้อยกว่าสัตว์ที่กล่าวมาข้างต้น
ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าโรคดังกล่าวนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงสัตว์ป่าด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อโรคพิษสุนัขบ้าระบาดและเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
ภาครัฐจำต้องประกาศให้บางโซนเป็นพื้นที่เสี่ยงระบาดโรคพิษสุนัขบ้า อีกทั้งทางการต้องรณรงค์ให้ประชาชนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือแมว นำสัตว์อันมีไว้ในครอบครองมาฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวแพร่ระบาดออกไป ทว่า ข่าวหนึ่งซึ่งสะเทือนจิตใจกับกรณีกรมปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการกวาดล้างสุนัขจรจัดในบริเวณวัดแห่งหนึ่ง
แม้หลายภาคส่วนมองว่าการกระทำดังกล่าวนั้นอาจรุนแรงเกินไป สำหรับสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่อาศัยอยู่ร่วมโลก แต่ถ้ามองถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระบาดในประเทศแบบวงกว้าง
กรณีไข้หวัดนก ซึ่งในเวลานั้นมีการทำลายไก่ที่ติดเชื้อหรือต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อ แม้ไก่ตัวนั้นอาจไม่ได้ติดโรคก็เป็นได้ แต่สุ่มเสี่ยงให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ ต้องถูกทำลาย
ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนหรือเห็นพ้องต่อการใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ ทว่า มาตรการที่ใช้เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่หลายประเทศใช้ดำเนินการเมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้
แต่อยากสะท้อนไปถึงส่วนราชการจากบทสัมภาษณ์ของ โรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ระบุว่า ประเด็นปัญหาการใช้ความรุนแรงกวาดล้างไม่อาจได้ผลอย่างถนัดตา
เพราะในอดีตช่วงหลาย 10 ปีก่อนโรคนี้จะกลับมา การใช้ความรุนแรงกำจัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ตอบโจทย์ เพราะปัญหาแท้จริงทั้งหมดอยู่ที่มนุษย์อย่างเราๆ ต่างหากเป็นผู้สร้างปัญหา
ถ้าจะช่วยป้องกันเรื่องแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นจนสะเทือนใจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด นั่นคือการเริ่มต้นจากมนุษย์ ปลุกสำนึกให้เกิดความรับผิดชอบ และอย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เกิดจากมนุษย์มนาสรรหามาตอบสนองความต้องการของตัวเอง จนพูดได้ว่าเข้าไปทำลายสายพันธุ์ดั้งเดิม หรือชีวิตความเป็นอยู่ในแบบธรรมชาติของพวกมัน
เมื่อมนุษย์ในฐานะที่บอกตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐและยกย่องว่า เหนือ เก่ง และดีกว่า สัตว์เดรัจฉานเดินสี่เท้า จึงควรร่วมรับผิดชอบ อย่าปล่อยให้วิธีการุณยฆาตมาเป็นคำตอบสุดท้าย
เพราะในเมื่อมนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยสติ ก็จงร่วมกันอย่ารักสัตว์เพียงเฉพาะแค่มันอยู่ในช่วงเยาว์วัย แต่จงรักมันจนถึงวันที่มันลาลับโลกนี้ไปตามธรรมชาติ
ไม่เช่นนั้นท้ายที่สุดแล้วจะบอกมนุษย์ประเสริฐกว่าเดรัจฉาน เห็นทีสัตว์สี่เท้าหากรู้ภาษาคน ต่างอดขำมิได้เป็นแน่แท้ เพราะผยองพองขน อันเพียงมนุษย์ไม่ได้เดินขนานกับโลก







