
มิ่งขวัญทิ้งโค้งสะพัด รับผู้นำสำรอง พท.
ขณะที่การเมืองคลุ้งไปด้วยแรงระเบิดตามจุดต่างๆ เพื่อถล่มรัฐบาล
ขณะที่การเมืองคลุ้งไปด้วยแรงระเบิดตามจุดต่างๆ เพื่อถล่มรัฐบาล
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ขณะที่การเมืองคลุ้งไปด้วยแรงระเบิดตามจุดต่างๆ เพื่อถล่มรัฐบาล
เสื้อแดงตกในสภาพตั้งรับ หลังมีหลักฐานเกี่ยวพันการประกอบระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น และฝึกกำลังรบที่เขมรเพื่อป่วนกรุง
สำหรับพรรคเพื่อไทยที่พันตูกับเสื้อแดงให้ “จตุพร พรหมพันธุ์” หัวหน้าเสื้อแดงใช้เวทีพรรคตอบโต้แทนเสื้อแดงทุกเรื่อง แต่ยิ่งโต้ก็ยิ่งเข้าตัว และลากพรรคเข้าไปรับผิดชอบหมดกับการกระทำนอกกฎหมายของเสื้อแดงบางกลุ่ม
แต่ใช่ว่าพรรคจะตั้งรับกับเหตุระเบิดอย่างเดียว อีกด้านยังแอบลุ้นกับอุบัติเหตุการเมืองที่อาจเกิดกับพรรคประชาธิปัตย์
คดียุบพรรคประชาธิปัตย์สร้างความหวังให้แกนนำพรรคเพื่อไทยบางปีกที่เชื่อว่าจะส่งผลสะเทือนกับประชาธิปัตย์ และเพื่อไทยก็อาจพลิกผันกลับมามีอำนาจรัฐอีกครั้ง บนฐานคิดที่ว่าฝ่ายชนชั้นนำไม่อยากใช้บริการประชาธิปัตย์แล้ว และรับกับกระแสปรองดองที่คนใหญ่หลายขั้วพยายามต่อสายเจรจากับทักษิณ
แกนนำเพื่อไทยอย่าง “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ได้แบ็กดีจาก “พายัพ ชินวัตร” น้องชายทักษิณ ที่กำลังสร้างบารมีในพรรค จึงแต่งตัวรอ “ส้มหล่น” เผื่อฟลุกได้เป็นนายกรัฐมนตรี
พร้อมกับแรงผลักดันของกลุ่มน้ำเลี้ยงของมิ่งขวัญที่ต้องการให้พรรคเลิกเป็นผีหัวขาด กดดันให้พรรคสนับสนุนให้มิ่งขวัญเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ชูธงหาเสียงเลือกตั้ง
ขณะที่บิ๊กการเมืองคู่แข่งอย่าง “เฉลิม อยู่บำรุง” ที่ประกาศตัวไม่สังฆกรรมกับ “นักรบห้องแอร์” เพราะเป็นคู่แข่งนายกฯ ตัวฉกาจอีกคน ฟันธงว่าเพื่อไทยไม่มีทางได้เป็นรัฐบาลจากผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมองว่าประชาธิปัตย์ยังเป็นปราการสำคัญที่ชนชั้นนำต้องเก็บไว้สู้กับทักษิณ
ดังนั้น การยุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่เกิดขึ้นแน่ ถ้ายุบจริงก็ไม่มีพลิกขั้วให้เพ้อฝันเหมือนที่มิ่งขวัญฝันหวาน
สรุปความง่ายๆ เพื่อไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาลจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่
แต่การนับถอยหลังของรัฐบาลที่จะหมดวาระปลายปีหน้า และกระแสปรองดองทำให้เพื่อไทยต้องเปิดไพ่ “หน้าพิราบ” มากกว่า “หน้าเหยี่ยว” จึงเป็นโอกาสของ มิ่งขวัญ ที่มีบุคลิกประนีประนอม
ห้วงที่ผ่านมา มิ่งขวัญ ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว หลบคมหอกของ เฉลิม ที่คอยแทงซ้าย แทงขวา พร้อมกับเดินหน้าเก็บแต้มไปเรื่อยๆ ต่อสายคอนเนกชันกลุ่มต่างๆ ทั้ง “สายตรง” “สายอ้อม” จนสามารถแหวกกลุ่มมุ้งจนถูกเชิดให้มาเป็นแถวหน้าของพรรคได้สำเร็จ
ปัญหาในพรรคเพื่อไทยวุ่นวายหลายเรื่อง แกนนำพรรคก็ยังมึนตึ๊บไม่หายจากการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคที่เหมือนเล่นขายของ ที่สุด พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ก็แต่งชุดเก้อ เพราะทักษิณสั่งกลับลำนาทีสุดท้าย
กระทั่งเกิดกรณีเสื้อแดงนำพรรคจน จตุพร และ สส.เสื้อแดง เปิดปากซัดกับ ปลอดประสพ สุรัสวดี จนร้าวเละ
ระหว่างที่ปรับขบวน “รุกรับ” ในเกมชิงจังหวะครั้งสำคัญ ความเคลื่อนไหวที่ซ่องสุมกำลังพลภายในพรรคก็ดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพราะเวลาก็งวดเข้ามา เดิมพันก็สูงยิ่งถึง “เก้าอี้นายกรัฐมนตรี”
เหตุที่ มิ่งขวัญ กลายเป็นที่กล่าวขานของสส.พรรคแบบมาแรงผิดปกติในโค้งนี้ เพราะถูกจับเชิดไว้เตรียมรับพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจสลัดขั้วหากมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยแรงผลักดันสำคัญ คือ การอัดฉีดน้ำเลี้ยงจนเป็นที่ร่ำลือ เล่นเอา สส.ที่อดอยากปากแห้งมานาน เพราะนายใหญ่งดจ่ายน้ำมันงวดพิเศษ มีก็เพียงเงินเดือน 5 หมื่นบาทต่อคน ต่างตาลุกวาว
สส.หลายกลุ่มในพรรคยืนยันว่า น้ำเลี้ยงพิเศษงวดแรกอยู่ที่ 1 แสนบาทต่อเดือน เพิ่งให้มา 1 เดือน ลูกพรรคจึงเฮละโลเชียร์กันถ้วนหน้าว่า มิ่งขวัญ มีความสามารถ เหมาะสมทุกประการ และยืนยันว่าในพรรคส่วนใหญ่เกือบ 70% สนับสนุนมิ่งขวัญ
แว่วว่า สส.ในกลุ่มน้ำเลี้ยงมีประมาณ 70 คน จาก 180 กว่าคนในพรรค หากคำนวณแล้วงวดแรกเกือบสิบล้านบาทที่ต้องดูแล สส.ในกลุ่ม
ก๊อกน้ำเลี้ยงที่เปิดออกมา เล่นเอาบิ๊กในพรรคต่างมึนว่าไปเอามาจากไหน และไม่เชื่อว่าจะใจถึงขนาดนั้น
แต่คนใกล้ชิดกลุ่ม “มิ่งขวัญ” เล่าว่า เป็นฝีมือของ “นาย” ที่ใช้สายป่านดึงกลุ่มทุนจากออโตพาร์ตชิ้นส่วนรถยนต์ และกลุ่มน้ำเมามาเป็นสปอนเซอร์กลุ่ม
เดิมที มิ่งขวัญ มีฐานเสียงจาก สส.ภาคเหนือ เพราะเห็นว่ามีบุคลิกปรองดองสอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองข้างหน้าที่พรรคจะเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการสร้างความสมานฉันท์ มีภาพเก่งกาจด้านเศรษฐกิจ และวางแผนการตลาดเก่ง
บวกกับการกล่าวอ้างในพรรคว่ามีพลังพิเศษหนุน “มิ่งขวัญ” และเขาก็เป็นสายตรงของชินวัตรที่ พายัพ ถือหางอยู่ จึงเป็นเต็งหนึ่งในตำแหน่ง “ว่าที่ผู้นำพรรค” ที่จะถูกชูเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนแคนดิเดตที่เหลือ เช่น ร.ต.อ.เฉลิม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือแถวสอง เช่น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย แม้ยังไม่ออกแรง แต่ก็ยังมีลุ้นอยู่
ล่าสุด ทักษิณ ได้วิดีโอลิงก์เข้ายังที่ประชุมพรรควานนี้ ใช้ยุทธวิธีให้ความหวังกับทุกคน ไม่ปิดโอกาสบรรดาตัวเต็งว่า “ทุกอย่างยังไม่ได้จบที่มิ่งขวัญ” โดยบอกว่ายังเปิดรับคนที่พร้อมจะเป็นนายกฯ ซึ่งขณะนี้มีตัวเลือกทั้งหมด 6 คน
สถานการณ์ในเพื่อไทยเหมือนอยู่ในวงล้อมหมาป่าที่ต้องขับเคี่ยวกันสุดฤทธิ์ ใครจะอยู่ในชั้นแถวหน้าต้องมีคุณสมบัติพิเศษ และมีบารมีที่สส.พรรคต้องชื่นชอบเพื่อเป็นผู้นำฝูง
นอกจากต้องดูดมวลชน ปลุกม็อบ หาเสียงเก่ง เป็นแม่เหล็กมวลชนแล้ว ข้อสำคัญ “ต้องมีเงิน”
บิ๊กบางรายยังไม่ปล่อยเงิน แต่ใช้จุดเด่นที่พูดจาปราศรัย หาเสียงเก่งเป็นจุดขาย เช่น บิ๊กเหลิม
อย่างไรก็ตาม การออกแรงของ มิ่งขวัญ ที่พยายามถีบตัวขึ้นเป็นแถวหน้าของพรรค แรกเริ่มถูกสกัดจากฝั่งตรงข้ามในพรรคที่ออกมาแฉว่า มิ่งขวัญ เริ่มเปิดปั๊มจ่ายเงิน สส.เดือนละแสน ทำให้ทักษิณไม่พอใจ เพราะเกรงจะเกิดปัญหาการสร้างกลุ่ม เหมือนที่พรรคพลังประชาชนเจอวิกฤตจากกลุ่มเนวินจนแยกตัวออกจากพรรคทำให้มีผู้ใหญ่พรรคขอให้บริจาคเงินส่วนนี้ไว้เป็นเงิน “กองกลาง”
พร้อมปูดข่าวว่า มีการใช้เงินนอกพรรค 4,000 ล้านมาซื้อ สส. ก่อนจะป้ายว่าเป็นเครือข่ายของกลุ่มเนวิน จนลูกกลุ่มมิ่งขวัญอย่าง สุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สส.เชียงราย ออกมาตอบโต้ว่าคนที่ปล่อยข่าวไม่มีเงินจึงอิจฉา
ขั้วตรงข้าม มิ่งขวัญ วิเคราะห์ว่าการอัดฉีดค่าน้ำมันช่วงนี้เป็นดาบสองคม สส.อาจชอบใจที่ทำให้รถวิ่งไหลลื่น และพร้อมสนับสนุน “ใครก็ได้ที่มีเงิน” แต่ใช่ว่าแคนดิเดตรายอื่นไม่มีเงิน เพียงแต่เห็นว่าไม่คุ้มที่ควักช่วงนี้ เพราะยังไกลที่เพื่อไทยจะได้ลุ้นเป็นรัฐบาล
ดาบคมใหญ่ถ้าไม่มีการพลิกขั้ว เพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลจากผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ งานนี้ใครจ่ายก่อนก็ต้องลากยาวไปเป็นปี ถ้าจู่ๆ จะปิดปั๊มก็ต้องเสียแต้มจาก สส.อีก
แต่ทักษิณมองเกมออก ใครอยากจ่ายจ่ายไป แต่ได้เป็นหรือไม่ ไม่รู้ เพราะสถานการณ์ยังอีกไกล ก่อนจะหยอกเอินเฉลิมในการประชุมพรรควานนี้ ยังไม่ปิดโอกาสนะ เพียงแต่ “จะมาร่วมกันจ่ายไหม”
ไม่ปิดความหวัง โอกาสยังเปิดสำหรับทุกมุ้ง







