
ขีดเส้นสรรหา "กกต." ภายใน70วันก่อนส่งสนช.พิจารณา
คณะกรรมการสรรหา กกต.ตกลงกรอบการทำงานลดเหลือ 70 วัน จากเดิม 90 วัน "พรเพชร" ระบุ ยังไม่คิดเชิญกกต.คนนอก
คณะกรรมการสรรหา กกต.ตกลงกรอบการทำงานลดเหลือ 70 วัน จากเดิม 90 วัน "พรเพชร" ระบุ ยังไม่คิดเชิญกกต.คนนอก
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ชุดใหม่นัดแรกว่าคณะกรรมการสรรหาตกลงกรอบการทำงานจากเดิม 90 ให้ลดเหลือ70วัน โดยให้นับตั้งแต่วันที่27 ก.พ. ดังนั้น จะสามารถส่งรายชื่อบุคคลที่ได้รับการสรรหาให้สนช.พิจารณาได้ในเดือนพ.ค.ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะทำการสรรหาได้อย่างเป็นธรรม ตามกำหนดระยะเวลาพอสมควร แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะยังอยู่ในกรอบ 90วัน
"ต้องเห็นใจกรรมการมาประชุมแต่ละครั้งได้เบี้ยประชุมครั้งละ 1,600 บาท และต้องผูกมัดอยู่ที่นี่ตลอดไป ดังนั้นก็ต้องนัดวันเวลาที่แน่นอนในวันที่กรรมการว่างและลงตัวกันหมดแล้วก็อยู่ในกรอบ 70วัน โดยเราจะกำหนดประกาศวันรับสมัครผู้ที่จะเป็นกกต.ในวันที่26 มี.ค-9 เม.ย."นายพรเพช กล่าว
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ครั้งนี้มีเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ไม่ส่งตัวแทนมาร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหา โดยแจ้งว่าหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการสรรหาไม่ได้ ส่วนองค์กรอิสระอื่นส่งครบ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจากครั้งที่ผ่านมาในที่ประชุมกรรมการสรรหามีการคุยกันเล็กน้อยเพราะเราตระหนักดีว่าต้องพยายามทำให้ชัดเจน เพราะคงไม่มีใครทราบถึงเหตุผลที่แท้จริง รวมทั้งกรรมการสรรหาที่มาใหม่ก็ตั้งใจที่จะทำงานเพราะต้องเสียสละมา
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ยืนยันว่าการสรรหากกต.ชุดใหม่นี้ไม่มีการทาบทามให้ใครมาเป็น แต่จะเป็นการเชิญชวนให้บุคคลมาสมัคร เพราะกรรมการสรรหาควรจะดูจากบุคคลที่ได้รับการสรรหาก่อน ซึ่งลักษณะและคุณสมบัติของกกต.มีหลายวงเล็บ
เมื่อถามว่าคณะกรรมการสรรหาจะรู้ใจสนช.ได้อย่างไรเลือกมาแล้วอาจไม่ถูกใจเหมือนครั้งผ่านมา นายพรเพชรกล่าวว่าคณะกรรมการสรรหาเลือกตามคุณสมบัติ ไม่ได้เลือกเพราะต้องไปถามสนช.ว่าจะเลือกใคร เนื่องจากสนช.มีหน้าที่ตรวจเฉพาะความประพฤติ จริยธรรม ซึ่งในส่วนของกรรมการสรรหาไม่มีเวลาพอ และไม่มีเครื่องมือที่จะไปตรวจ และถ้าหากเราตรวจสอบก็จะเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้ทางกรรมการสรรหาจะพยายามตรวจสอบคุณสมบัติให้เร็วที่สุด แม้จะลดเวลาลงแต่ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพ







