
จ่อออกหมายเรียก "แผน" พยานฝ่ายครูปรีชารับทราบข้อหา แก๊งครูโดนเพิ่มอีก1
ผบช.ก.เผยเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียก "แผน" พยานฝ่ายครูปรีชาเข้ารับทราบข้อหา ขณะที่ตัวครูพร้อมแม่ค้าหวยเจอเพิ่มอีก1ข้อหา
ผบช.ก.เผยเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียก "แผน" พยานฝ่ายครูปรีชาเข้ารับทราบข้อหา ขณะที่ตัวครูพร้อมแม่ค้าหวยเจอเพิ่มอีก1ข้อหา
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)เปิดเผยความคืบหน้าคดีอ้างสิทธิลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาทว่า ในวันที่ 12 มี.ค.คณะทำงานติดตามคดีจะทำการประชุม เพื่อสรุปการออกหมายเรียก นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้เห็น ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ก้มเก็บลอตเตอรี่ เพื่อมารับทราบข้อหาฐานร่วมกันการกระทำผิดกับ นายปรีชา ใคร่ครวญ และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เเม่ค่าลอตเตอรี่ ทั้งนี้แม้ นายฐนุกร จะมีการเปลี่ยนคำให้การภายหลัง แต่ก็เป็นเรื่องที่จำนนต่อพยานหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด
พล.ต.ท.ฐิติราช ยังระบุถึงการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียก นายปรีชา,นางรัตนาพร และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช เเม่ค้าขายลอตเตอรี่มาเพื่อเเจ้งข้อหาฐาน เกี่ยวกับการสนับสนุนในการทำคำให้การทำให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับ พล.ต.ต.สุทธิ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งกลุ่มบุคคลที่มีหมายเรียกดังกล่าว ทางคณะทำงานจะพิจารณาอีกที ว่าจะเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุน โดยภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"คดีดังกล่าวจะมีการแยกทำเป็นอีกสำนวนคดีจากคดีหลัก ซึ่งการพิจารณามาตรา 157 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะพิจารณาสำนวนให้ครบถ้วนที่สุด ก่อนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช. พิจารณาทำสำนวนส่งให้อัยการฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตต่อไป"พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าว
พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ขอให้ประชาขนเชื่อใจ เราจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ทุกอย่างดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตำรวจเป็นเพียงกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ตำรวจจะต้องส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้อง และ ศาลเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินความผิด คนทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิดไม่มีการละเว้น เรื่องนี้แม้เริ่มต้นเกิดจากความเชื่อ แต่ภายหลังผู้การจังหวัดมีการแก้ไขคำให้การ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการสอบสวนโดยมิชอบ และ ส่อไปในทางทุจริต ตรงนี้ตนพูดชัดเจน ประชาชนไม่ต้องกังวล ตนเองจะดูเองทุกเรื่อง
ส่วน พล.ต.ต.สุทธิ จะปฎิเสธหรือรับสารภาพ ตำรวจไม่ได้มีความกังวล ใครจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่ตำรวจก็รวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนให้มากที่สุด ยิ่งปฎอเสธยิ่งดี ผลการกระทำจะบอกเองว่าใครทำผิด
อย่างไรก็ตาม การส่งหมายเรียกผู้สนับสนุนในความผิดมาตรา 157 เจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายเรียกทางไปรษณีย์ด่วนให้กับผู้ต้องหา โดยให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 16 มี.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.สุทธิ ออกจากราชการหรือไม่
ผู้บัญชาการสอบสวนกลางกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ หน่วยงานต้นสังกัด รวมถึงหน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องวินัย เป็นผู้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจ 2 นาย ที่ถูกกันไว้เป็นพยานจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า เราจะบริการงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อไม่ให้มีช่องว่างในการต่อสู้คดี จึงต้องดูว่ามีพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วยหรือไม่ ซึ่งตำรวจจะต้องหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาเปรียบเทียบเบื้องต้นบุคคลที่สอบปากคำไปนั้น ต้องการทราบว่าใครเป็นผู้สั่งการ และ สั่งผ่านใครมา เพื่อให้ขยายผลไปถึงระดับผู้สั่งการในการกระทำผิด







