
สจล.ผุดหลักสูตรผลิตหมอ4.0ตอบโจทย์อนาคต
สถาบันเทคโนโลยีฯเจ้าคุณทหารลาดกระบังเปิดหลักสูตร “แพทยศาสตรบัณฑิต” (หลักสูตรนานาชาติ) ควบคู่ส่งเสริมทักษะวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์
สถาบันเทคโนโลยีฯเจ้าคุณทหารลาดกระบังเปิดหลักสูตร “แพทยศาสตรบัณฑิต” (หลักสูตรนานาชาติ) ควบคู่ส่งเสริมทักษะวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์
ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า สจล. กำลังจะเปิดหลักสูตรแพทย์ ภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจมุ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมทักษะด้านการศึกษาวิจัย และความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ โดยหลักสูตรนี้จึงไม่เพียงผลิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันยังเป็นผู้ใช้หรือผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ได้อย่างชำนาญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการรักษาที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ศ.สุชัชวีร์ กล่าวว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามามีบทสำคัญต่อวงการแพทย์มากขึ้น บัณฑิตแพทย์ยุคใหม่จึงต้องสามารถพัฒนาเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยในอนาคตเชื่อว่าแพทย์กลุ่มนี้จะช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีด้านการแพทย์จากต่างประเทศได้อีกด้วย
ทั้งนี้ พบว่า ปัจจุบันประเทศไทย มีมูลค่านำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ระดับสูง เช่น อวัยวะเทียม เครื่องเอ็กซเรย์ และเครื่องสแกน ที่ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตและมาตรฐานความปลอดภัย โดยข้อมูลจาก SCB Economic Intelligence Center ระบุว่ามูลค่าการนำเข้าในปี 2558 สูงถึง 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่าแสนล้านบาท ในขณะที่การส่งออกมีมูลค่าเพียง 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
"สจล. จะควบรวมองค์ความรู้ ความเป็นแพทย์ ความเป็นนักวิจัย ความเป็นสากล และความเชี่ยวชาญทักษะแห่งทศวรรษที่ 21 โดยลักษณะสำคัญของคณะแพทย์ของเราที่ต่างจากหลักสูตรในสถาบันอื่น คือ เรื่องการทำวิทยานิพนธ์ เพื่อให้นักศึกษาแพทย์มีความสามารถด้านการวิจัย อันเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ รูปแบบการเรียนการสอนยังได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เรียน อาทิ ระบบจำลองฝึกปฏิบัติการกายวิภาค 3 มิติแบบจอสัมผัส เพื่อใช้ในการเรียนการสอนในกายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ หุ่นฝึกการฟังเสียงในร่างกายผู้ใหญ่ และหุ่นฝึกการฟังเสียงในร่างกายผู้ใหญ่ SAM II เพื่อใช้ในการฝึกฟังเสียงในร่างกายทั้งในภาวะปกติและผิดปกติ” ศ.สุชัชวีร์กล่าว
ศ.นพ.อนันต์ ศรีเกียรติขจร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สจล.กล่าวว่า บัณฑิตเราต้องมีความรู้ความสามารถสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามมาตรฐานของประเทศไทยและสากล พร้อมกับมีทักษะด้านสังคมและการดำเนินชีวิต ทักษะในการเรียนรู้และนวัตกรรม และ ทักษะในการจัดข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี ต้องเป็นนักวิจัยที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และสร้างผลงานวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์
ทั้งนี้ การเรียนตลอดหลักสูตร นักศึกษาจะได้เรียน ทั้งสิ้น 247 หน่วยกิต จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษและดำเนินการแบบหลักสูตรนานาชาติ คือมีอาจารย์และนักศึกษาส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ระยะเวลาศึกษา 6 ปี หรือ 12 ภาคการศึกษาในระบบทวิภาค แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้ 1. ระยะการศึกษาทั่วไป 2. ระยะการศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3. ระยะการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ 4. ระยะการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก โดยจัดให้มีบุคลากรตามคำแนะนำของแพทยสภา
ขณะที่ สำหรับชั้นพรีคลินิกจัดให้มีคณาจารย์แพทย์ 21 คน จากทั้งคณะแพทยศาสตร์ สจล. และจากโรงพยาบาลสิรินธร
นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ 10 คน และบุคคลากรสาขาวิชาอื่นๆ จากสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ การบริหารและการจัดการ อีกกว่า 15 คน ส่วนในชั้นคลินิกปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสิริธร มีจำนวน 56 คน และจะเปิดรับเพิ่มอีก 30 ตำแหน่งภายในเวลา 2 ปี และคาดว่าภายในปี 2564 จะมีบุคลากรกว่า 120 คน ที่สำคัญบุคลากรทางวิชาการทุกคนจะต้องสามารถทำการวิจัย และให้คำปรึกษาในการทำวิจัยแก่นักศึกษาได้อย่างถูกต้อง จึงเชื่อมั่นว่าหลักสูตรนี้จะเป็นการเปิดมิติใหม่ ในการผลิตแพทย์เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยเปิดรับรุ่นแรก 5 - 26 มี.ค.นี้







